Ecom Way, Logis Trend,

เจาะลึก 9 เทรนด์อีคอมเมิร์ซปี 2020 ธุรกิจไหนจะรุ่งหรือร่วง

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังคงพุ่งแรงไม่หยุด จนมีการทำนายว่าความร้อนแรงของธุรกิจนี้จะฆ่าโชว์ห่วยชุมชนในต่างจังหวัดของไทยล้มหายไปใน 5 ปี เพราะสินค้าที่ขายใน Marketplace ไทยส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นสินค้าจากจีน

 

เรียกได้ว่าเติบโตไม่หยุดกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในบ้านเราที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2015 ล่าสุดปี 2018 อีคอมเมิร์ซในประเทศไทย เติบโตด้วยตัวเลขประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท และยังครองอันดับหนึ่งในอาเซียน แต่หากเจาะลึกลงไปถึงจำนวนประชากรต่อหัว (Per Capita) พบว่า ประเทศที่มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซสูงสุดในอาเซียนคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยตามลำดับ

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com ที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมาร่วมยี่สิบปี แสดงความเห็นว่า ด้วยจำนวนประชากรประเทศไทยมีเกือบ 70 ล้านคน ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยจึงมีโอกาสเติบโตอีกมาก พร้อมกับคาดการณ์ถึงเทรนด์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2020 ดังนี้

 

  1. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะแข่งขันรุนแรงมาก

โดยเฉพาะจากสามยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซคือ Shopee, Lazada และ JD Central จากตัวเลขผลประกอบการของปี 2561 Lazada มีรายได้ประมาณ 8,000 ล้านบาท ขาดทุนเกือบ 2,000 ล้านบาท Shopee มีรายได้ 160 ล้านบาท ขาดทุน 4,000 ล้านบาท และ JD Central มีรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท ขาดทุนเป็นหลักร้อยล้านบาท

การที่ทั้งสามบริษัทขาดทุนส่วนหนึ่งมาจากการทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อทำการตลาดกระตุ้นให้คนไทยหันมาช้อปออนไลน์ นับเม็ดเงินที่ทั้งสามค่ายลงทุนในการทำตลาดเพียงปีเดียวมีมากถึงเกือบ 7 พันล้านบาท ทั้งการใช้ดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ การทำโปรโมชันต่างๆ เช่น วัน double day การเพิ่มบริการต่างๆ wallet, สะสมแต้ม เป็นเหตุผลทำให้อีคอมเมิร์ชในไทยเติบโต

 

  1. สินค้าจีนบุกเข้าตลาดออนไลน์ไทยมากขึ้น

วิธีการสังเกตง่ายๆ ว่าสินค้าชิ้นไหนมาจากต่างประเทศคือ เมื่อสั่งซื้อสินค้านั้นแล้วต้องใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์ขึ้นไปถึงได้สินค้า ซึ่งพบว่าสินค้าใน market place กว่า 80% เป็นสินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากจีน และ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง อุปกรณ์มอเตอร์ไซด์ ของตกแต่งบ้าน จิวเวลรี่ ฯลฯ ฉะนั้นผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าในหมวดหมู่เหล่านี้ถือว่ามีความอันตรายมาก

“แน่นอนการมาของอีคอมเมิร์ซทำให้ผู้บริโภคได้เปรียบ มีสินค้าให้เลือกมากมาย ยิ่งได้แรงโปรโมทของค่ายยักษ์ใหญ่ ความนิยมซื้อของออนไลน์จึงไม่ได้มีเพียงในกรุงเทพฯ แม้แต่คนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดหันไปซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นแทนที่การซื้อจากร้านค้าในชุมชน สิ่งที่น่ากลัวคือไม่เกิน 5 ปีข้างหน้าร้านค้าชุมชนในแต่ละจังหวัดจะเริ่มแย่ลงจนต้องปิดกิจการ ซึ่งเทรนด์นี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในไทยแต่จะเกิดกับทุกประเทศที่อีคอมเมิร์ซเข้าไปมีบทบาท เช่น ร้านขายของเล่นชื่อดัง Toy ”R” Us ในอเมริกาถึงกับล้มละลาย”

  1. แบรนด์/ผู้ผลิต หันมาขายสินค้าออนไลน์โดยตรง

เนื่องจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซทำให้หลายๆ ธุรกิจต้องปรับตัวตาม อาทิ ธุรกิจขนส่ง สถาบันการเงิน ทำให้เกิดระบบขนส่งที่ดี ระบบการชำระเงินที่สะดวก รวมทั้งช่องทางการขายสินค้าทางออนไลน์ช่วยเอื้อให้แบรนด์หรือเจ้าของสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงโดยไม่จำเป็นต้องมีตัวกลาง ฉะนั้นผลกระทบจะเกิดกับตัวแทนจำหน่ายสินค้าต่างๆ

 

  1. การขายของผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซจะเติบโตอย่างรุนแรงมาก

เมื่อสื่อโซเชียลมีเดียได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยแม้แต่การสั่งซื้อสินค้า ทุกวันนี้คนไทยมีการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน Social Media มากถึง 40% รองลงมาคือ Marketplace 35% และเว็บไซต์ 25% ดังนั้นการทำโชเชียลคอมเมิร์ซจึงมาแรง อาทิ ในเฟซบุ๊กมีทั้งการขายผ่านเพจ ผ่านกรุ๊ป เฟซบุ๊กไลฟ์ แต่ที่สำคัญ 92% ของผู้บริโภคปัจจุบันเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดถึงแบรนด์มากกว่าแบรนด์พูดถึงตัวเอง ทำให้เกิดกระแส Influencer ซึ่งตอนนี้มีแพลตฟอร์มTellscore สามารถเข้าไปเลือก Influencer ที่เหมาะกับสินค้าได้

 

  1. เชื่อมโลกออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน

ถึงแม้การขายของทางออนไลน์จะมาแรง แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะเวิร์คสุด เพราะสินค้าหรือบริการบางตัว เช่น เครื่องจักร อาจไม่เหมาะที่จะขายบนโซเชียล แต่ถ้าเป็นสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ขายในโซเชียลจะเวิร์คมากกว่า ดังนั้นผู้ประกอบการต้องมองทั้งสองอย่างให้เป็นเรื่องเดียวกัน และทำสองส่วนประสานให้ไปด้วยกัน เช่น ธุรกิจอาหารที่มีแต่หน้าร้านจำเป็นต้องอาศัยโลกออนไลน์ให้ผู้บริโภคเห็นมากขึ้น เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้ทางออนไลน์แล้วไปรับสินค้าที่หน้าร้านหรือผ่านบริการขนส่งก็จะช่วยเพิ่มยอดขาย

 

  1. การเติบโตของผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ

เมื่อทุกคนมุ่งหน้าเข้าสู่โลกออนไลน์ ซึ่งมีหลายแพลตฟอร์มทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ มาร์เก็ตเพลส ปัจจุบันผู้บริโภคก็ไม่ได้อยู่แค่ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง จึงเกิดผู้ให้บริการที่จะรวบรวมทุกช่องทางเข้าไว้ภายใต้การจัดการที่เดียว

 

 

  1. บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซจะโตขึ้น

            ตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในบ้านเรามีบริษัทขนส่งใหม่เกิดขึ้นมามากมาย แข่งกันดุเดือด แค่ละรายก็ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น หรือแม้แต่บริการชำระเงิน ก็มีรูปแบบให้เลือกหลากหลายทั้งผ่อนจ่าย เก็บเงินปลายทาง หรือ Pay Social บริการรับชำระเงินออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย

 

  1. มีตัวช่วยการขายสินค้า (Affiliate Marketing)

เกิดบริการที่เป็นทางเลือกที่จะมาช่วยผู้ประกอบการ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางช่วยหาลูกค้า เช่นเว็บไซต์ที่ให้บริการด้าน Cash Back จะคืนเงินให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ หรือ dropship ที่เป็นตัวกลางสามารถช่วยหาตัวแทนขายสินค้า หรือการนำสินค้าคนอื่นไปขาย

 

  1. การค้าออนไลน์ระหว่างประเทศเริ่มเติบโต (Cross Border)

เพราะโลกออนไลน์ทำให้การค้าไร้พรมแดน จำนวนประชากรในประเทศอาจเป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับประชากรทั่วโลกที่มีความต้องการซื้อของทางออนไลน์ และตลาดต่างประเทศก็มีความต้องการสินค้าไทย แม้แต่อะเมซอน มีโปรแกรมที่จะเชิญชวนผู้ประกอบการไทยนำสินค้าไปขายในตลาดโลก

Recent

ช้อป ชิม ฟิน ไปกับผลไม้เกรดพรีเมียมจาก “ไปรษณีย์ไทย” เสิร์ฟตรงจากสวนถึงบ้าน การันตีความอร่อยที่สุดจนหย...

วันนี้ใครที่อยากรับประทานผลไม้แบบสดๆ ไม่ต้องต่อแถวรอคิวเข้าสวนอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้มีบริการส่งผลไม้สดๆ จากเกษตรกรถึงมือผู้บริโภคแบบด่วนทันใจ และยังคงไว้ซึ่งกลิ่น และรสชาติที่หอมหวานตามแบบฉบับของผลไม้เมืองร้อน แถมยังเป็นผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล

จัดเต็มส่งด่วนอีเอ็มเอสทั่วโลกลดทุกชิ้น 300 บาท รับถึงที่-ฟรีกล่องซอง

โปรฮอตบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ หรือ EMS World ลดแรง 300 บาททุกชิ้นทุกปลายทาง ไม่มีขั้นต่ำ ถึง 31 สิงหาคม 2562

ไปรษณีย์เพิ่มจุดส่งด่วนหนังสือในงานบุ๊กเอ็กซโป เติมความสะดวก “จ่าหน้าจากบ้านพิมพ์ฟรีที่งาน”

ฟีเจอร์สุดล้ำคีย์จ่าหน้าล่วงหน้าทางออนไลน์ด้วยระบบ POSTONE พิมพ์ฟรีในงานมหกรรมหนังสือ

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี