Fin Coach,

ทำออนไลน์ แล้วอยากส่งออก? ต้องรู้ 4 วิธีชำระเงิน เลือกให้เหมาะ ขายของได้ฉลุย

การขายสินค้าภายในประเทศอาจมีรูปแบบการชำระเงินที่ไม่ซับซ้อนเท่าธุรกิจส่งออกซึ่งมีรูปแบบการชำระเงินที่มีมากมาย แต่แบบไหนถึงจะเหมาะและปลอดภัยลดความเสี่ยงและสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ

 

 

“การทำธุรกิจ e-Commerce ในวันนี้ ไม่ใช่แค่ส่งผลดีต่อโลกการค้าบนออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดออกสตาร์ทที่ดีสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศอีกด้วย” พิเชฐ ด่านไทยนำ ผู้บริหารส่วนพัฒนาหลักสูตรความรู้เฉพาะทาง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) เกริ่นนำให้เห็นถึงโอกาสที่คนออนไลน์ไม่ควรมองข้าม และกล่าวเสริมว่า

หากอยากพัฒนาบทบาทจากนักขายออนไลน์เป็นนักธุรกิจส่งออกที่ประสบความสำเร็จ นอกจากต้องรู้จักหูไวตาไว ควรหาโอกาสให้ตัวเองมากขึ้นทั้งเรื่องการตลาด ผู้บริโภค หรือแม้แต่ วิธีการชำระเงินให้เหมาะสมกับคู่ค้าจะช่วยให้ทำธุรกิจส่งออกได้ดีสามารถครอบคลุมความเสี่ยงได้ โดยรูปแบบการชำระเงินที่ใช้กันอยู่บ่อยๆ นั้น แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

 

  1. Advance Payment: การชำระเงินล่วงหน้า

คือ การที่ผู้ซื้อชำระเงินให้แก่ผู้ขายก่อนการส่งออกสินค้า ซึ่งมักใช้ในกรณีที่ทำการค้าขายกับผู้ซื้อรายใหม่ และมูลค่าการส่งออกไม่สูงมากนัก

 

  1. Open Account: การชำระเงินด้วยวิธีการเปิดบัญชีขายเชื่อ

คือ การที่ผู้ซื้อชำระเงินให้แก่ผู้ขายหลังการส่งออกสินค้า มักใช้ในกรณีที่มีความเชื่อถือระหว่างกันสูง หรือเป็นการค้าขายกับบริษัทในเครือ

 

  1. Bill for Collection: B/C: การชำระเงินโดยใช้เอกสารเรียกเก็บผ่านธนาคาร

คือ การที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันว่า เมื่อผู้ขายส่งสินค้าแล้ว ผู้ขายจะส่งเอกสารเรียกเก็บเงินผ่านธนาคารของตนไปยังธนาคารของผู้ซื้อ จากนั้นให้ธนาคารของผู้ซื้อเรียกเก็บจากผู้ซื้อและโอนเงินมายังธนาคารผู้ขาย ซึ่งธนาคารผู้ซื้อจะเป็นตัวกลางในการปล่อยเอกสารในการออกสินค้า เมื่อผู้ซื้อชำระเงินหรือรับรองการชำระเงิน มักใช้ในกรณีที่มีการค้าขายระหว่างกันมาระยะหนึ่ง และไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายต่างๆในวิธีการชำระเงินแบบ L/C

  1. Letter of Credit หรือ L/C: การชำระเงินโดยเลตเตอร์ออฟเครดิต

คือ การที่ธนาคารของผู้ซื้อเป็นผู้รับรองการชำระเงินเมื่อได้รับเอกสารที่ถูกต้องสอดคล้องตาม L/C หรือ ตราสารที่ออกโดยธนาคาร (Issuing Bank) ตามคำสั่งของผู้ซื้อ (Applicant) ส่งให้แก่ผู้ขาย (Beneficiary) เพื่อรับรองการชำระเงินตามจำนวน และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในตราสารนั้น เมื่อผู้ขายได้ยื่นเอกสารถูกต้องและครบถ้วนตรงตามเงื่อนไขและข้อบังคับทุกประการ เป็นรูปแบบการชำระเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะทั้งผู้ขายและผู้ซื้อแทบจะไม่มีความเสี่ยง มักใช้ในกรณีที่ผู้ขายไม่มั่นใจในสถานะทางการเงินของผู้ซื้อ และผู้ขายที่ต้องการ L/C สำหรับการกู้เงินกับธนาคาร

 

“ในแง่ของความเสี่ยงสำหรับผู้ส่งออกนั้น การชำระเงินแบบ Advance Payment หรือ การชำระเงินล่วงหน้า ถือว่ามีความเสี่ยงน้อยที่สุด เรียกว่าเห็นเงินอยู่ตรงหน้าก่อนที่จะผลิตสินค้าเสียอีก ถัดไปคือ L/C เพราะถ้าทำตามข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้ อย่างไรก็ได้เงิน ถัดไปคือ B/C เพราะมีเอกสารเป็นตัวยืนยัน ในขณะที่ Open Account หรือ การชำระเงินทีหลังนั้น มีความเสี่ยงมากที่สุด”

การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ ถือเป็นการเปิดตัวให้คนได้รู้จักเยอะมากขึ้น ยิ่งถ้ารายไหนแสดงตัวว่าทำธุรกิจส่งออกด้วยแล้ว ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะเจอคนที่ต้องการทำธุรกิจด้วยกันจริงๆ แล้ว ยังอาจจะได้เจอกับผู้ไม่หวังดีที่มักจะตามล่าผู้ส่งออกมือใหม่เช่นกัน

“พ่อค้าแม่ค้าที่โพสต์สินค้าลงไปบน e-Commerce หรือ e-Platform ต่างๆ หรือว่าเปิดตัวว่าทางร้านสามารถทำการส่งออกได้ ควรมีความระมัดระวังและมีความรอบคอบในการทำธุรกิจ เพราะยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มักใช้ช่องทางนี้ในการเข้ามาทำธุรกิจด้วยอย่างไม่จริงใจ ดังนั้น อย่าเห็นแค่ว่ามีคนหยิบยื่นเงินมาให้ ต้องมีสติและตรวจสอบให้ดีทุกครั้งก่อนทำการค้าขายระหว่างกัน”

 

Tips เรียกสติ เพิ่มความสตรองของผู้ทำส่งออกมือใหม่

  • ระมัดระวังผู้ซื้อที่สั่งสินค้าเป็นจำนวนมากในการค้าขายกันครั้งแรก
  • เริ่มต้นการค้าขายกับผู้ซื้อรายใหม่ด้วยเทอมการชำระเงินความเสี่ยงต่ำ เป็นไปได้อย่าใช้ Open Account กับลูกค้ารายใหม่
  • การเปลี่ยนแปลงในสัญญาซื้อขาย ต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
  • เก็บหลักฐานในการติดต่อจนกว่าจะได้รับการชำระเงินครบ

Recent

อีคอมเมิร์ซยิ้มส่งนอกประหยัดได้มากขึ้น ePacket ขยายเพิ่ม 5 ประเทศปลายทาง

ไปรษณีย์ไทยดันต่อบริการน้องใหม่ ePacket ส่งพัสดุไปต่างประเทศราคาประหยัด เปิดเพิ่ม 5 ประเทศฮอตฮิต

“ไปรษณีย์ติดเครื่องชล” ปรับตัวสู้ศึก ใช้นวัตกรรมรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

นอกจากเทคโนโลยีที่มาป่วนให้จำนวนการส่งจดหมายและโทรเลขค่อยๆ สูญหาย แต่องค์กรเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 136 ปี ไม่ยอมถอดใจ ปรับตัวเดินหน้านำนวัตกรรมเทคโนโลยีสู้ศึกกับคลื่นยักษ์ พร้อมหนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ อีอีซี ให้โตไปด้วยกัน

ท้าให้ลองตู้ภาครัฐอัจฉริยะในงาน “ไปรษณีย์ติดเครื่องชล”

ไปรษณีย์ไทยจับมือสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA ติดตั้งตู้ Smart Kiosk มาท้าให้ลองในงาน ”ไปรษณีย์ติดเครื่องชล” 9 – 13 ตุลาคมนี้ที่พัทยา เพื่อก้าวสู่เมืองอัจฉริยะในอนาคต

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี