Ecom Way, Logis Trend,

การเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจ eCommerce ปฎิวัติวงการโลจิสติกส์ในอนาคต

ว่ากันว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า มีหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการจัดส่งของ

เรื่อง กองบรรณาธิการ

ว่ากันว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า มีหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการจัดส่งของปัจจัยเหล่านั้นได้แก่ การเติบโตของธุรกิจที่ผนวกรวมระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์ การใช้งานสมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีการสื่อสารอื่นอย่างแพร่หลาย การใช้งานหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) การขยายตัวของเมืองและการเติบโตของชนชั้นกลางในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน

การรวมกันของประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน อินเดีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้จะแซงหน้ายุโรปและสหรัฐฯ ชนชั้นกลางของประเทศเอเชียเหล่านั้นรวมถึงชาติอาเซียนจะเป็นกลไกขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตและทำให้เกิดการบริโภคสินค้าจากทั่วโลกในปริมาณมหาศาล และเทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้จะมีผลต่ออุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เทรนด์ที่ว่าประกอบด้วย

1. เทรนด์ระบบนิเวศค้าปลีก (new retail ecosystem) หรือรูปแบบการค้าปลีกแบบใหม่นี้ริเริ่มโดยอาลีบาบา อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน และคาดว่าจะแพร่ขยายไปทั่ว โลจิสติกส์ที่ประสบความสำเร็จจะร่วมหุ้นหรือมีส่วนร่วมกับผู้ค้าปลีกออนไลน์โดยการประสานข้อมูล คลังสินค้า และศูนย์จัดส่งสินค้าระหว่างกัน นอกจากนั้นการจัดส่งของยังต้องอำนวยความสะดวกให้กับอี-คอมเมิร์ซโดยการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ค้ารายย่อยในประเทศกับผู้ค้าปลีกออนไลน์ในต่างประเทศ ไปรษณีย์ต้องมีข้อมูลสำหรับลูกค้าว่าสินค้าไหนขายดีในตลาดใด โดยเฉพาะตลาดที่กำลังโต เช่น จีน อินเดีย อาเซียน และประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย

2. เน้นที่บริการส่งพัสดุ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบรรดาแพลตฟอร์ม(Platform) ซื้อขายสินค้าออนไลน์ทั้งหลาย บริษัทวิจัยตลาดอีมาร์เก็ตเตอร์ประเมินยอดขายออนไลน์ปี 2019 นี้จะเพิ่มเป็น 3.578 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯหรือคิดเป็น 12.8% ของยอดค้าปลีกทั้งหมดทั่วโลก ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มเท่าตัวและกลายเป็นตลาดอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่สุดในโลก ปี 2016 ที่ผ่านมา อาลีบาบาส่งพัสดุวันละ 80 ล้านชิ้น คาดว่าปี 2026 จะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านชิ้นต่อวัน ปรากฎการณ์เช่นนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ทำให้สามารถส่งสินค้าภายใน 24 ชม.สำหรับลูกค้าในประเทศ และภายใน 72 ชม.สำหรับลูกค้าต่างประเทศ

3. ระบบจัดการพัสดุแบบอัตโนมัติ ปี 2016 จีนมีการส่งพัสดุทั่วประเทศรวม 30,000 ล้านชิ้น และเริ่มมีการติดตั้งระบบอัตโนมัติหรือนำหุ่นยนต์มาใช้งานแล้ว ยกตัวอย่าง The Shentong Express ศูนย์คัดแยกพัสดุที่ใหญ่สุดในเทียนจิน หุ่นยนต์จะทำหน้าที่แยกพัสดุวันละราว 200,000 ชิ้นไปยังพื้นที่ในศูนย์ที่กว้างขวาง 21,000 ตารางฟุต โดยดูจากปลายทางที่จัดส่งซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านเส้นทาง หากเป็นเมื่อก่อน งานแบบนี้ต้องใช้กำลังคนอย่างน้อยก็ 100 คนขึ้นไป การใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติยังทำให้ลดต้นทุนลงได้ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน

4. ที่ทำการไปรษณีย์แบบบริการตนเอง สอดคล้องกับการค้าปลีกแบบใหม่ที่ทำให้การซื้อขายสินค้าราบรื่นแบบไร้รอยต่อ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เองก็ปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล เช่น เมื่อต้นปี 2017 ไปรษณีย์ในเมืองโตรอนโต และเอ็ดมอนตัน แคนาดาได้เปิดที่ทำการเวอร์ชั่นล้ำ ๆ มีเคาน์เตอร์พร้อมอุปกรณ์สำหรับลูกค้าบริการตัวเอง เช่น ชั่งน้ำหนักพัสดุและคำนวณราคาเอง ทั้งยังพิมพ์แสตมป์ในราคาที่ต้องการได้เองอีกด้วยส่วนที่ไปรษณีย์สิงคโปร์ก็เปิด Smart Post Office มีเคาน์เตอร์บริการตัวเองที่ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา

5. ที่ทำการไปรษณีย์ในอนาคต ปัจจุบัน ไปรษณีย์เน้นหารายได้จากผู้ส่งและมักกำหนดอัตราค่าส่งแบบตายตัว แต่ต่อไปจะเพิ่มความสนใจไปที่ผู้รับ และยืดหยุ่นมากขึ้นกับอัตราค่าบริการ และจะมีการปรับธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ เช่นการขายแฟรนไชส์ การจับมือเป็นพันธมิตรกับธุรกิจอื่น โดยการฝังตัวตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ร้านขายยา และการเปิดว่าเคาน์เตอร์บริการตนเองตามจุดต่าง ๆ มากขึ้น และระบบติดตามพัสดุจะครอบคลุมมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการส่งพัสดุแบบใดหรือส่งไปพื้นที่ไหนของโลก

6. เทคโนโลยีติดตามพัสดุแบบอัตโนมัติ ปัจจุบันได้มีบริษัท ParcelLive พัฒนาระบบติดตามพัสดุอัตโนมัติในรูปไมโครชิปที่ติดไปกับพัสดุ ทำให้พัสดุนั้นสามารถแจ้งตำแหน่งและสถานะแบบเรียลไทม์ได้ในทุกประเทศปลายทาง แถมยังมีการแจ้งเตือนหากเกิดความไม่ปกติขึ้นกับพัสดุ เช่น พัสดุถูกทำตก ถูกเปิด หรืออยู่ในที่ที่อุณหภูมิสูงเกินไป ข้อมูลทั้งหมดจะรายงานไปยังผู้ส่งพัสดุในทันที

7. ยานยนต์ไร้คนขับ ภายในทศวรรษหน้า การใช้งานนวัตกรรมนี้จะกลายเป็นของจริง และอุตสาหกรรมโลจิ สติกส์ควรให้ความสนใจ ยกตัวอย่าง USUP ไปรษณีย์อเมริกาก็กำลังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมิชิแกนพัฒนารถขนจดหมายและพัสดุแบบไร้คนขับ USUP วางแผนราวปี 2025 จะแนะนำรถยนต์ไร้ขนขับขนาดเล็กออกมาก่อนเพื่อทดลองใช้งานในเส้นทางชนบททั่วประเทศ ภาพที่จะเห็นก็คือจะมีบุรุษไปรษณีย์จะอยู่ในรถด้วย และทำหน้าที่คัดแยกไปรษณีย์ภัณฑ์ หรือทำงานอื่นระหว่างกำลังเดินทาง

8. นวัตกรรมที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากปริมาณการส่งจดหมายลดลงเนื่องจากผู้คนใช่ช่องทางดิจิทัลในการสื่อสาร อุตสาหกรรมโลจิสติกส์จำเป็นต้องปรับตัวและมองหานวัตกรรมหรือกลยุทธ์ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงเพื่อให้องค์กรอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่จำเป็นต้องมีคือผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ การวางแผนระยะยาวและการประเมินความสำเร็จ การจับมือกับพันธมิตรโดยเฉพาะในเรื่องของ last mile delivery (การจัดส่งสินค้าในช่วงสุดท้าย) การออกแบบบริการให้ลูกค้ามีทางเลือกหลากหลายขึ้น การกำหนดราคาค่าบริการโดยอิงจากหลายรูปแบบ การเจาะลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ โดยใช้บิ๊กดาต้า และการปรับตัวอย่างรวดเร็วให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

9. การจัดการด้าน last mile delivery หรือการขนส่งสินค้าถึงที่หมายปลายทางลูกค้าโดยตรง การจัดส่งไปยังชนบทหรือพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรไม่มากจะยังมีค่าใช้จ่ายที่แพง แต่ลูกค้าไม่ว่าพื้นที่ไหนมีความต้องการเดียวกันคือการได้รับพัสดุเร็วขึ้น ลูกค้ามีความอยากรู้ว่าสินค้าเดินทางมาถึงไหนแล้ว ซึ่งเทคโนโลยีสมัยนี้ทำให้ติดตามพัสดุได้ง่ายขึ้น และบางครั้งไม่จำเป็นต้องลงทุนไปกับเทคโนโลยีสูง ๆ แค่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นขึ้นมาสักแอพก็สามารถตรวจสอบพัสดุผ่านสมาร์ทโฟนได้ ส่วนลูกค้าในเมือง การส่งพัสดุผ่านตู้รับอัตโนมัติจะพบเห็นมากขึ้น

10. เทคโนโลยีสมาร์ทโฟน อนาคตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์จะเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมมือถือ หลายบริษัทได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูล เช่น รหัสไปรษณีย์ อัตราค่าบริการ จุดรับพัสดุ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อผ่านแอพ ติดตามสถานะพัสดุ สั่งสินค้า หรือกระทั่งเล่นเกม การพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ติดตามตัวจึงเป็นกลยุทธ์หลักของหลายบริษัท

ที่มา : http://leapfrogbusinessconsulting.com/

Recent

เปิดมิติใหม่ช้อปออนไลน์เพื่อคนไทย

ไปรษณีย์ไทยผนึกกำลังกับ บีอีซี-เทโร เปิดตัวอี-มาร์เก็ตเพลส ระดับชาติ thailandpostmart.com

แกะกล่องสินค้าเกษตร “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” กับ “ลำไยอบกึ่งแห้ง ละพูน” นวัตกรรมครั้งแรกในไทย หนุน “ชาวสวนล...

ปณท จับมือกับ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สู่การปลดล็อคปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ผ่านผลิตภัณฑ์ “ลำไยอบกึ่งแห้งสีทอง ละพูน” ภายใต้แบรนด์ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข”

ไปรษณีย์ไทยหนุนตลาด “อีคอมเมิร์ซชุมชน” โตต่อเนื่อง

ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าไม่หยุด พัฒนาบริการเบ็ดเสร็จสนับสนุนอีคอมเมิร์ซชุมชน

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี