Ecom Way, Logis Trend,

4 ขุนพลชี้ ไทย-ไต้หวัน ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์เชื่อมโลกสองซีก เปิดประตูการค้าระดับโลก

ท่ามกลางสงครามการค้าของสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้บริษัทไต้หวันที่ไปเปิดกิจการในจีน เริ่มมองหาทำเลใหม่ โดยเฉพาะไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ หากเกิดความร่วมมือกันด้านโลจิสติกส์ ช่วยเชื่อมแผ่นดินอาเซียนและอเมริกากลายเป็นประตูแห่งโอกาสการค้าระดับโลก

 

เมื่อโลกยุคนี้การเดินแบบเดียวดายฉายเดี่ยวนั้นไม่ตอบโจทย์การทำธุรกิจ การจับมือร่วมกันหรือ “Collaboration” จึงต้องเกิด แม้จะเป็นวงการของการขนส่งหรือโลจิสติกส์ก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่ต่างมีข้อดีมาเสริมกัน โดยเฉพาะการจับมือร่วมกันของประเทศไทยที่ถือเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของคาบสมุทรอินโดจีน และไต้หวัน ซึ่งถือหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาด้านโลจิสติกส์แถวหน้าของโลก สร้างโอกาสทางการค้าได้อย่างมหาศาล

ชัยยงค์ เทียนวุฒิชัย นายกสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบต่อการทำโลจิสติกส์คือ การมีที่ตั้งบนจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เรียกว่าอยู่ใจกลางของภูมิภาคอาเซียน และจากการจัดอันดับด้านโลจิสติกส์ประจำปี 2561 ของธนาคารโลก (World Bank) ที่ทำการสำรวจ 160 ประเทศทั่วโลกนั้น พบว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 32 ขยับขึ้นจากอันดับที่ 34 ในปี 2560 ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศมีคุณภาพด้านโลจิสติกส์สูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ซึ่งอยู่อันดับที่ 7 ของโลก และถือเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน

“ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของคาบสมุทรอินโดจีน ภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย ทั้งยังเป็นตลาดคุณภาพที่มีกำลังซื้อของอาเซียน จีนและอินเดีย รวมไปถึงมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค และศักยภาพด้านการรองรับของท่าอากาศยานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และอู่ตะเภา ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำโลจิสติกส์ของประเทศให้เป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น”

 

ดังนั้น การใช้ประเทศไทยเป็นฮับด้านโลจิสติกส์ และการขนส่งทางเครื่องบินหรือคาร์โก้ จะทำให้ไต้หวันสามารถเจาะตลาดที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น และสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นที่สำคัญ ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนนั้น ได้เปิดประตูแห่งโอกาสให้แก่ประเทศไทยและไต้หวันในการจับมือเดินหน้าทำธุรกิจร่วมกัน

“ตอนนี้ถึงเวลาที่ทั้ง 2 ประเทศ ควรร่วมมือกันในการสร้างความแข็งแกร่งด้านโลจิสติกส์ เพราะไต้หวันถือเป็นศูนย์กลางหรือฮับสู่ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ไทยเองก็เป็นฮับของประเทศอาเซียน โดยเฉพาะตลาดอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) ในแง่ของจำนวนประชากร หากไต้หวันทำการค้ากับไทยเพียงประเทศเดียว จะได้ตลาดที่มีขนาดเพียง 67 ล้านคน หรือว่าจะเน้นไปที่ CLMV ก็จะได้ตลาดที่ใหญ่ขึ้นมาหรืออยู่ที่ 237 ล้านคน แต่ถ้าเลือกให้ไทยเป็นฮับของภูมิภาคอาเซียน ขนาดตลาดจะขยับขึ้นไปมากกว่า 10 เท่า”

 

เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) กล่าวเสริมว่า โลจิสติกส์ถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม สปา ความงามและสุขภาพ

“เราเชื่อว่าโลจิสติกส์จะสามารถทำรายได้ให้แก่จีดีพีของประเทศไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้องอาศัยการทำงานของทุกภาคส่วนและการสนับสนุนจากทางรัฐบาลในการทำให้ไทยเป็นฮับด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งของภูมิภาคอาเซียน และตะวันออกเฉียงใต้ของจีน และในช่วงของสงครามการค้าเช่นนี้ เราถือว่าเป็นโอกาสและความท้าทายมากกว่าอุปสรรค โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จะทำให้ไต้หวันกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการทำโลจิสติกส์และการค้าในย่านเอเชียตะวันออก”

อย่างที่รู้กันว่าไม่มีใครเก่งและแกร่งไปทุกอย่าง การร่วมมือกันหรือการทำ Collaboration ระหว่างไทยและไต้หวัน จึงเป็นแนวทางที่ดีในการช่วยยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของธุรกิจโลจิสติกส์ในเวทีโลกได้

“ไทยและไต้หวันต่างมีจุดแข็งเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะการเป็นฮับของไต้หวันที่เชื่อมไปสู่ทวีปอเมริกาเหนือ และไทยที่เชื่อมสู่อาเซียน รวมถึงความสามารถในการรองรับความต้องการด้านโลจิสติกส์ของกรุงเทพและไทเปถือว่ามีศักยภาพสูง นอกจากนี้ ยังมีสายการบินจำนวนมากที่ทำการบินระหว่างประเทศไทยและอาเซียน ซึ่งมีเส้นทางการบินจากกรุงเทพที่มากกว่าหากเทียบกับเวียดนาม สิงคโปร์หรือมาเลเซีย ในขณะที่ทางไต้หวันเองก็มีสายการบินที่เชื่อมไปสู่ประเทศในอเมริกาเหนือเช่นกัน ดังนั้น ในยุคของทรานส์ฟอร์เมชั่นที่มีการเกิดขึ้นอย่างมากมายของบริการขนส่งในรูปแบบต่างๆ เราในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ควรจับมือกัน เดินหน้าช่วยเหลือกันและกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน”

 

ด้าน Jimmy Liu, Deputy Director ของ Taiwan Taoyuan International Airport Company ได้ชึ้ให้เห็นว่า ท่าอากาศยานนานาชาติไต้หวันเถา-ยฺเหวียนนั้น มีศักยภาพด้านปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก ตามการรายงานของ ACI International Airfreight Traffic ปี 2561

“ไต้หวันมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางและเป็นประตูเชื่อมไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และทวีปอเมริกาเหนือ รวมถึงยังมีความสามารถในการขนส่งสินค้าไปยังเมืองชั้นในและทางตอนเหนือของจีน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทยที่ต้องการทำการค้าในแหล่งดังกล่าว เรียกได้ว่า ไต้หวัน ตั้งอยู่ในจุดที่ดีของการเชื่อมการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างภูมิภาคอาเซียนและอเมริกา”

ดังนั้น การเป็น Twin Hub ด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกระหว่างไทยและไต้หวันนั้น เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าและการขนส่งที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยสร้างให้เกิดโอกาสอันดีในการทำธุรกิจและการขยายไปสู่ตลาดที่สำคัญต่างๆ ได้

นอกจากนี้ การที่ท่าเรือไทเปอยู่ห่างจากสนามบินเถา-ยฺเหวียนเพียง 25 นาที หรือ 20 กิโลเมตร ยังช่วยให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกและประหยัดเวลามากขึ้น ซึ่งทาง Alex Shih, General Manager ของบริษัท Tonglit Logistics จำกัด กล่าวว่า การขนส่งทางเรือ ถือเป็นอีกมิติที่สำคัญของการทำโลจิสติกส์ โดยท่าเรือไทเปนั้นเป็นอีกจุดหมายที่สำคัญ

“เขตปลอดอากร (Free Trade Zone) และการขนส่งที่รวดเร็วที่สามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้ภายใน 4 วัน รวมถึงการ Shipping 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือสามารถส่งแบบรายวันนั้นของท่าเรือไทเป เป็นอีกจุดแข็งที่ไม่ควรมองข้ามในการทำโลจิสติกส์ทางเรือ ซึ่งจากการมีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีและศักยภาพในการรองรับความต้องการทางการขนส่ง จะช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างไทยและไต้หวันนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะตอนนี้เราต้องมองไปถึงการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลกแทนระดับท้องถิ่นแล้ว นอกจากนี้ ในช่วงของสงครามการค้า ส่งผลให้บริษัทไต้หวันที่ไปเปิดกิจการในจีน เริ่มมองหาแหล่งใหม่ ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยนั้นเป็นเป้าหมายสำคัญในการย้ายเข้ามาตั้งบริษัท ดังนั้น ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ควรติดตามความเคลื่อนไหวนี้ให้ดี เพื่อที่จะสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นในการทำธุรกิจ”

Recent

สัมมนาฟรี! “ส่งแล้วรวย” กับไปรษณีย์ไทยชี้ช่องส่งผู้ค้าออนไลน์ “ลดต้นทุนหนุนกำไร”

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมเปิดเวทีสัมมนาฟรีภายในงาน “CHANGE SMEs: เปลี่ยนแล้วรวย 2018 เปิดวาร์ป อนาคตธุรกิจ”

รู้ก่อนรวยก่อน! กลยุทธ์เพิ่มยอดขายสินค้าออนไลน์ช่วงปลายปี

ช่วงปลายปีถือเป็นเทศกาลแห่งการละลายทรัพย์ เพราะผู้บริโภคมีความต้องการซื้อที่สูงมาก ทั้งซื้อของขวัญ ของจับสลาก ผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์จึงไม่ควรพลาดโอกาสทำการตลาดในช่วงปลายปีเป็นอันขาด

“อีโคโพสต์” ขนส่ง Gen ใหม่จากไปรษณีย์ไทย ประหยัด คุ้มกว่าเก่า ได้ใจแม่ค้าออนไลน์

“ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าเอาใจลูกค้า ให้บริการขนส่งสายพันธุ์ใหม่ “อีโคโพสต์” (eCoPost) ชูจุดเด่น 3 ประการ เพิ่มน้ำหนักของที่ส่งได้มากถึง 10 กิโลกรัม พร้อมเติมความคุ้มครองสูงถึง 1,500 บาทต่อชิ้น ในราคาประหยัด”

Podcast

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี