Logis Trend, Marketing Hub,

8 เรื่องง่ายๆ ให้ร้านขึ้นแท่น Top of Mind ติดใจลูกค้า ด้วยบริการโลจิสติกส์

เหตุผลหนึ่งที่นักช็อปถึง 46% ตัดสินใจซื้อออนไลน์ก็คือ บริการจัดส่งที่สะดวกและเป็นส่วนตัว ยิ่งทำความเข้าใจให้ความสำคัญของโลจิสติกส์และการจัดส่งจัดส่งที่ดี นับเป็นขั้นแรกในการสร้างความสัมพันธ์อันดีและยาวนานกับลูกค้า

 

ในโลกการแข่งขันปัจจุบันนั้นดูเป็นเรื่องที่ยากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกับการทำให้ลูกค้าพึงพอใจ สร้างความภักดี หรือ Loyalty ที่เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การซื้อซ้ำ ดูเหมือนจะสั่นคลอนมากขึ้นทุกที มีตัวเลขที่บอกว่า 80% ของรายได้ในอนาคตของกิจการร้านค้านั้น จะมาจากลูกค้าปัจจุบันแค่ 20% ดังนั้น ตอนนี้เลยเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่าเดิมสำหรับร้านค้าอีคอมเมิร์ซที่ต้องสร้างความภักดีให้เกิดขึ้นในหมู่ของลูกค้า

เนื่องจากการโต้ตอบหรือปฏิสัมพันธ์เกือบทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ การสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีจึงเป็นเรื่องยากกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าให้ได้นั้น ทางร้านต้องมีการนำเสนอสินค้าและบริการในแบบที่เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น และหนึ่งในทางออกก็คือ  การมี “โลจิสติกส์และการจัดส่ง” ที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพนั่นเอง แต่จะทำอย่างไรให้ร้านสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและเพิ่มความภักดีของลูกค้าได้ มาดู 8 เรื่องราวที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ซึ่งจะเป็นทางลัดช่วยให้ร้านไปนั่งอยู่ในใจของลูกค้ายุคใหม่

 

  1. การจัดส่งต้องสะดวก

การจัดส่งสินค้าและโลจิสติกส์เป็นปัจจัยกำหนดในการตัดสินใจซื้อของนักช็อปออนไลน์ ที่จริงแล้วนักช็อปเกือบครึ่ง (46%) กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อออนไลน์ก็คือ บริการจัดส่งที่สะดวกและเป็นส่วนตัว ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงความสำคัญของโลจิสติกส์และการจัดส่งเพื่อความสำเร็จในการทำอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการมุ่งเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ด้านการจัดส่งที่ดี นับเป็นขั้นแรกในการสร้างความสัมพันธ์อันดีและยาวนานกับลูกค้า

 

  1. หมั่นเช็คสต็อก

หนึ่งในสิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดสำหรับลูกค้าคือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ต้องการแล้วสุดท้ายมารู้ว่าของหมดไปแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว ทางร้านต้องมีการคำนึงถึงเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งหมายถึงควรจัดหาเวลาสำหรับทำการคำนวณและคาดการณ์เรื่องจำนวนสินค้าในสต็อกเป็นประจำ เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอสำหรับความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ

 

  1. เลือกพาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ให้เหมาะ

เมื่อพูดถึงเรื่องของการจัดการโลจิสติกส์ ทางร้านสามารถทำเองหรือเลือกใช้บริการจากบริษัทโลจิสติกส์ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง ควรแน่ใจว่าได้เลือกบริษัทที่ใช่ เพราะในมุมของลูกค้านั้น พวกเขาจะมองไม่เห็นความแตกต่างหรือสนใจว่า ทางร้านหรือบริษัทโลจิสติกส์เป็นคนจัดส่ง แต่จะดูว่าประสบการณ์ในการสั่งซื้อสินค้าในครั้งนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งมีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่จะซื้อสินค้าจากทางร้านในครั้งต่อไป ดังนั้น เมื่อแคชเชียร์ พนักงานประจำร้าน และหน้าที่ส่วนอื่นๆ ที่ลูกค้าต้องเจอในหน้าร้านแบบบออฟไลน์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ ร้านค้าออนไลน์จึงจำเป็นต้องเลือกพาร์ทเนอร์อย่างบริษัทโลจิสติกส์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการขนส่งของลูกค้าได้เป็นอย่างดี นั่นเท่ากับว่าการมีคู่ค้าที่ใช่คือการมีตัวแทนที่จะสะท้อนภาพลักษณ์อันดีของร้านได้นั่นเอง

 

  1. ความโปร่งใสเป็นสิ่งที่ต้องมี

ยุคปัจจุบันที่ลูกค้าคิดและเปรียบเทียบข้อเสนอต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ทั้งเรื่องของราคาที่แน่นอนในการสั่งซื้อ (รวมค่าจัดส่ง) ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด ทางร้านควรระบุตัวเลือกด้านการจัดส่งแบบต่างๆ อย่างชัดเจน วันที่คาดว่าจะจัดส่ง ค่าจัดส่ง ภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเงื่อนไขการคืนสินค้า วิธีนี้นอกจากจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทางร้านได้แล้ว ยังจะช่วยให้ขั้นตอนในการชำระเงิน (Checkout) ราบรื่นขึ้น และมี Conversion Rate ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

  1. เตรียมแผนจัดส่งให้หลากหลาย

อย่างที่รู้กันดีว่าลูกค้าแต่ละคนก็มีความต้องการแตกต่างกันไป บางคนรอได้ บางคนต้องการสินค้าเร็วที่สุด ร้านค้าที่ดีควรสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ด้วยการเสนอตัวเลือกการจัดส่งที่แตกต่างกัน เช่น บริการส่งด่วนสำหรับลูกค้าที่ใจร้อน หรือ จัดส่งในราคาที่ถูกกว่าสำหรับลูกค้าที่ไม่รีบ หรือจะเป็นบริการแบบ Click and Collect ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกรับสินค้าด้วยตนเองได้ที่จุดบริการที่สะดวก หรือจะเป็นการรับสินค้าที่หน้าร้าน (In-store Pickup)

นอกจากนี้ การจัดส่งฟรียังเป็นตัวเลือกที่ร้านค้าไม่ควรมองข้าม โดยรายงานของ Pitneybowes บอกว่า มีลูกค้ามากถึง 91% ที่ออกจากร้านออนไลน์เมื่อการจัดส่งสินค้าไม่ได้ฟรีหรือเร็วพอ อีกทั้ง 79% ยังต้องการให้จัดส่งฟรีมากกว่ารวดเร็วอีกด้วย ดังนั้น หากทางร้านสามารถให้ข้อเสนอแบบนี้ได้ เป็นแรงผลักดันที่ดีสำหรับการทำยอดขาย ยิ่งไปกว่านั้น การติดตามสินค้าได้แบบเรียลไทม์ หรือ Live-Tracking ยังเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยสร้างความพึงพอใจของลูกค้า

 

  1. เซอร์ไพรส์ลูกค้าดูบ้าง

ในการโน้มน้าวใจให้ลูกค้าซื้อของจากร้านแบบซ้ำๆ ต้องอาศัยความโดดเด่นแบบบวกๆ แตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นการเซอร์ไพรส์ลูกค้าหน้าใหม่ ด้วยการให้บัตรกำนัลส่วนลด ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีและทำให้พวกเขาคิดถึงการซื้อในครั้งต่อไปว่าจะมีอะไรน่าแปลกใจอีกหรือไม่ หรืออาจจะเป็นการใส่การ์ดขอบคุณสำหรับการอุดหนุน ตัวอย่างสินค้าไปในการจัดส่งสินค้าแต่ละครั้ง หรือมอบของขวัญอย่าง สติ๊กเกอร์ ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การทำแบบนี้จะช่วยซื้อใจและสร้างความผูกพันที่ดีกับลูกค้าได้ อีกอย่างคือการส่งมอบสินค้าหรือประสบการณ์ที่ตอบสนองความต้องการแบบรายบุคคล (Personalization) เป็นอีกกลยุทธ์ที่จะเข้ามาช่วยสร้างให้เกิดความภักดีได้เช่นกัน

 

  1. โอกาสซื้อซ้ำสูงเมื่อส่งคืนสะดวก

แม้การส่งคืนสินค้าจะไม่ใช่เรื่องดีของการทำอีคอมเมิร์ซ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ตัวเลือกเดียวที่อยู่ตรงหน้าคือ การทำให้การส่งคืนสินค้ากลายเป็นโอกาสในการเพิ่มความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า โดยทาง Invesp บอกว่า 92% ของผู้บริโภค จะทำการซื้ออีกครั้งถ้าการส่งคืนสินค้านั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ร้านค้าเองต้องสร้างนโยบายการส่งคืนสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ให้คำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการส่งคืนสินค้าเข้าถึงได้ง่ายบนเว็บไซต์ และให้ทางเลือกลูกค้าในการส่งคืนสินค้าได้ นอกจากนี้ อย่าลืมใส่ฉลากส่งคืนในพัสดุ เพื่อช่วยประหยัดเวลาของลูกค้า การมีกระบวนการส่งคืนที่ราบรื่นและไม่ยุ่งยากจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อร้าน และรับประกันการซื้อซ้ำในอนาคตได้

 

  1. ติดตามผลความพึงพอใจจากลูกค้า

หากทางร้านต้องการใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น และแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจพวกเขา การติดตามผลเป็นสิ่งที่ต้องมี เช่น การส่งอีเมลถึงลูกค้าหลังจากการส่งสินค้า 2-3 วัน เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะและวัดความพึงพอใจของพวกเขา รวมถึงอาจจะทำการส่งอีเมลอัปเดตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โปรโมชั่น คอนเทนต์หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางร้านและความสนใจตามฐานลูกค้านั้นๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

 

สุดท้ายแล้ว การสร้างความภักดีของลูกค้าที่มีต่อร้าน ก็หนีไม่พ้นการที่ร้านต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดกับลูกค้าให้ได้เสียก่อน ซึ่งก็ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความคงเส้นคงวาในการให้บริการอย่างจริงใจและมีประสิทธิภาพ เพื่อการเป็น Top of Mind หรือร้านในใจที่ลูกค้าคิดถึงเมื่อจะซื้อสินค้าสักครั้งนั่นเอง

 

Recent

ส่งต่างประเทศสุดประหยัด บริการน้องใหม่ ePacket

ไปรษณีย์ไทยแจ้งเกิดบริการใหม่ถอดด้าม ePacket ส่งพัสดุไปต่างประเทศ ราคาประหยัด

“Prompt Post บริการพร้อมส่ง” ทางเลือกใหม่แม่ค้าออนไลน์เน้น “ส่งง่าย ถึงไว ไม่ต้องรอคิว”

“Prompt Post บริการพร้อมส่ง” ที่เอาใจพ่อค้าแม้ค้าออนไลน์ โดยคิดค่าบริการในราคาเหมาจ่ายตามขนาดกล่องพัสดุ และลดขั้นตอนการจัดส่ง สามารถทำใบส่งมอบสิ่งของและสรุปยอดในใบเดียว และผู้ใช้บริการยังสามารถฝากส่งสิ่งของที่ช่อง Fast Lane ได้ทันที โดยไม่ต้องกดบัตรคิว

ไปรษณีย์ไทยหนุนตลาด “อีคอมเมิร์ซชุมชน” โตต่อเนื่อง

ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าไม่หยุด พัฒนาบริการเบ็ดเสร็จสนับสนุนอีคอมเมิร์ซชุมชน

Podcast

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี

admin

Podcast PostConnex EP2: เทคนิคใช้ IG STORIES ขายของยังไงให้ลูกค้าติดจาก TRES

admin

Podcast PostConnex EP1 จากเภสัชกรสู่เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางร้อยล้าน Welpano