Logis Trend,

E Logistic Marketplace โมเดลธุรกิจใหม่ หยิบดาบให้ผู้ประกอบการตัวเล็กสู้กับแบรนด์ต่างชาติได้

การแข่งขันด้านโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นกลายเป็นจุดอ่อนที่ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้ แต่โมเดลธุรกิจใหม่ที่เรียกว่า E Logistic Marketplace ที่จะช่วยสร้างยอดขายเพิ่มผ่านช่องทางออนไลน์ และช่วยสร้างเครือข่ายของผู้ประกอบการ ซึ่งทำให้การบริหารการขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรื่อง  เรียบเรียงจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

 

 

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการกระจุกตัวน้อย มีผู้ประกอบการจำนวนมากและมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งทางบกเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันมากที่สุด และมีอัตราส่วนกำไรข้างต้นค่อนข้างต่ำ (8%-15%) ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการขนส่งทางบกต้องเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรง เนื่องจากบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติยักษ์ใหญ่ที่แต่เดิมเน้นให้บริการกับผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมซึ่งผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ กลับเริ่มขยายการลงทุนในประเทศไทยโดยเน้นการให้บริการกับผู้ผลิตที่ต้องการกระจายสินค้าภายในประเทศมากขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในตลาดโลจิสติกส์แบบ B2B ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

E Logistic Marketplace คืออะไร

E Logistic Marketplace เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของสินค้าและผู้ประกอบการขนส่ง โดยเจ้าของสินค้าและผู้ประกอบการขนส่งสามารถตกลงราคาและเงื่อนไขการขนส่งกันได้ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ในขณะที่ E Logistic Marketplace จะรวบรวมคำสั่งซื้อบริการขนส่งจากทั่วประเทศ และสร้างกลไกตลาดเพื่อให้เกิดการใช้รถบรรทุกร่วมกัน (Truck Sharing) อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ปัญหาหลักที่ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติได้ คือ การขาดช่องทางการขายบริการขนส่งออนไลน์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยสามารถหาลูกค้าได้แค่ในท้องถิ่นหรือพื้นที่ข้างเคียง จึงเกิดปัญหาในการดำเนินการขนส่งที่ไม่เกิดประสิทธิภาพและมีต้นทุนสูง โดยสามารถแบ่งได้เป็นการขาดประสิทธิภาพจากการบรรทุกสินค้าไม่เต็มคัน และการขาดประสิทธิภาพจากการตีรถเปล่าขากลับ จะเห็นได้ว่าการจัดส่งสินค้าระยะทางไกลจะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยมีต้นทุนสูงกว่า เนื่องจากไม่สามารถจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพได้

ดังนั้น หากผู้ประกอบการขนส่งในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถสร้างเครือข่ายในการแบ่งปันข้อมูลคำสั่งซื้อบริการขนส่งระหว่างกัน จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการทุกคนในเครือข่ายและจะสามารถลดต้นทุนในการขนส่งได้ถึง 5%-15% สำหรับประเทศไทย การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการขนส่งไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีเครือข่ายผู้ประกอบการรถบรรทุกในประเทศไทยมานานแล้ว ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การประเมินราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมเพื่อกระจายผลประโยชน์ให้กับสมาชิกในเครือข่ายเป็นเรื่องทำได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้นำเครือข่ายเป็นผู้ประกอบการรถบรรทุกเองด้วย

 

สร้างโมเดลธุรกิจใหม่

ปัญหาเหล่านี้จะสามารถบริหารจัดการได้ดีกว่าโดยการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรถบรรทุกผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ในประเทศสหรัฐ ฯ E Logistic Marketplace เช่น Uber Freight ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำเครือข่ายรวบรวมคำสั่งซื้อบริการขนส่งจากทั่วประเทศ และใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นกลไลหลักในการสร้างระบบราคาแบบพลวัตร (Dynamic Pricing Model) ซึ่งสามารถหาราคาที่เหมาะสมในการขนส่งแบบเรียลไทม์ (Real Time) ได้

ดังนั้น E Logistic Marketplace จึงสามารถลดต้นทุนในการขนส่ง และสร้างประโยชน์ให้กับพันธมิตรทุกฝ่ายที่อยู่ในเครือข่าย ตลอดจนเป็นกลไลสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการขนส่งรายใหญ่ได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น

ปัจจุบัน แพลตฟอร์ม E Logistic Marketplace ยังเป็นโมเดลทางธุรกิจใหม่ โดย Uber Freight มียอดขายเพียง 359 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.5%  ของมูลค่าตลาดนายหน้าในการขนส่งทางรถบรรทุกในสหรัฐ ฯ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม รายได้ของ Uber Freight เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยรายได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 สูงถึง  218 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ เพิ่มขึ้น 78% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของการเติบโตของแพลตฟอร์ม E Logistic Marketplace เหล่านี้

 

เพิ่มจุดแข็งให้โลจิสติกส์ท้องถิ่น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โมเดลทางธุรกิจแบบ E Logistic Marketplace เป็นโมเดลทางธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และสร้างประโยชน์ให้กับพันธมิตรในเครือข่ายทุก ๆ ฝ่าย ซึ่งในประเทศไทยเองก็เช่นกัน ในปัจจุบันประเทศไทยก็เริ่มมีสตาร์ทอัพในรูปแบบ E Logistic Marketplace ถือกำเนิดขึ้นมาบ้างแล้ว 1-2 ราย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า E Logistic Marketplace ในประเทศไทยจะขยายตัวอย่างรวดเร็วภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ตามการเติบโตของอีคอมเมิร์ซแบบ B2B ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตกลุ่มหนึ่งมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมและยอมรับเทคโนโลยีดิจิตัลในการขนส่งสินค้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม E Logistic Marketplace จะมีประสิทธิภาพในการจัดส่งมากกว่าบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติ ก็ต่อเมื่อการขนส่งนั้นเป็นการขนส่งสินค้าในระดับภูมิภาค เช่น การขนส่งสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ประมง หรือการกระจายสินค้าระหว่างผู้ประกอบการค้าส่ง ไปสู่ผู้ประกอบการค้าปลีก เป็นต้น ส่วนบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติจะมีความได้เปรียบมากกว่าในการขนส่งสินค้าในระดับประเทศ เพราะมีการใช้ศูนย์กระจายสินค้าร่วมในการขนส่ง ทำให้สามารถใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ในการขนส่งระหว่างศูนย์กระจายสินค้า และเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกขนาดเล็กในการขนส่งจากศูนย์กระจายสินค้าถึงปลายทางได้

ในอนาคต เมื่อมี E Logistic Marketplace เข้ามาในตลาด จะช่วยเพิ่มยอดขายและประสิทธิภาพในการจัดการการขนส่ง ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยสามารถรักษาฐานลูกค้าในตลาดโลจิสติกส์แบบ B2B ไว้ได้ เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งไทยที่มีขนาดเล็กกว่าก็มีจุดแข็งที่เหนือกว่าบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติยักษ์ใหญ่ ตรงที่มีความคล่องตัวในการดำเนินงานมากกว่า ตลอดจนมีค่าโสหุ้ย และต้นทุนแฝงอื่น ๆ น้อยกว่า

ดังนั้น เมื่อการจัดการการขนส่งในภูมิภาคของ E Logistic Marketplace มีประสิทธิภาพดีกว่า ก็มีโอกาสที่บริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติจะ subcontract ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ในแพลตฟอร์มทำการขนส่งในส่วนภูมิภาคแทน เนื่องจากการจัดส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าถึงจุดหมายปลายทางเป็นส่วนที่มีการประหยัดต่อขนาดน้อย และต้องใช้ความชำนาญในพื้นที่สูง ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าหากบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติจะเข้ามาดำเนินการเองทั้งหมด

ในอนาคต E Logistic Marketplace จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการขนส่งไทยได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม จะมีเพียงผู้ประกอบการขนส่งบางรายที่สามารถใช้ประโยชน์จาก E Logistic Marketplaceได้ ผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่สามารถเข้าเป็นพันธมิตรกับ E Logistic Marketplace จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง ที่จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน จนอาจจะต้องออกจากธุรกิจนี้ไปในที่สุด

 

ดังนั้น ผู้ประกอบการขนส่งไทยจึงควรเตรียมความพร้อม โดยการสร้างทักษะและเพิ่มความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลในการทาธุรกิจ เช่น การติดตั้ง GPS ในรถบรรทุก เพื่อให้เครือข่ายสามารถติดตามสินค้าได้แบบเรียลไทม์ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถใช้ประโยชน์จาก E Logistic Marketplace ได้ เพราะในอนาคต ผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มออนไลน์เหล่านี้ได้ จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน จนอาจจะต้องออกจากตลาดไปในที่สุด

 

Recent

อัพเกรดแอป ASEANStamp2 รับอาเซียนซัมมิต 35 ชมวิดีโอ“ศักยภาพไทยเป็นประธาน” ผ่านดวงแสตมป์

ตราไปรษณีย์ยากรชุดที่ระลึกประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน เป็นอีกหนึ่งคอลเลกชันที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ AR ถ่ายทอดคลิปวิดีทัศน์การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดครั้งนี้ของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน 2562 โดยล่าสุดไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาแอปจากเดิม ASEANStamp เป็น ASEANStamp2 เพื่อรองรับระบบ iOS 11.3 ขึ้นไป

รวมเทคนิคทริคห่อของสำหรับจัดส่งแบบมืออาชีพ

ในยุคที่ทุกอย่างขายได้บนร้านค้าออนไลน์ ทักษะหนึ่งที่พ่อค้าแม่ออนไลน์พึงมีแล้วจะดีต่อธุรกิจคือ สกิลการห่อของให้ปลอดภัยคงสภาพเดิม ช่วยเสริมภาพลักษณ์ร้านค้า และสร้างความประทับใจให้ผู้รับกลับมาเป็นลูกค้าซ้ำได้

ไม่ใช่แค่ไว! ต้องไร้สัมผัส-ไม่แพร่เชื้อ จุดขายของผู้ให้บริการส่งพัสดุหลังยุค COVID-19

COVID-19 ไม่ได้ท้าทายแค่ระบบสาธารณสุข แต่ยังสร้างความท้าทายไปยังผู้ให้บริการพัสดุทั่วโลกที่ต้องพัฒนาระบบการขนส่งยังไงให้ไม่สัมผัสกัน ขณะที่ยังต้องแข่งกับเวลาด้วยจำนวนพัสดุที่มากขึ้นเป็นเท่าตัว ปัญญาประดิษฐ์คือ หนึ่งในตัวช่วยของ Amazon นำมาใช้เพื่อลดการแพร่เชื้อโรค

Podcast

คุณปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี เจ้าของแบรนด์ Balance Thailand

Podcast PostConnex EP: 8 แบรนด์ Balance Thailand ใช้ Line@ ยังไงให้ธุรกิจมีรายได้ 8 หลักตั้งแต่เดือนแรก

คุณกมลรัตน์ เต็งรุ่งโรจน์ เจ้าของเพจ ‘นังนู๋ใบชา’

Podcast PostConnex EP4: ฟังวิธีขายของในกรุ๊ปให้ปัง จากเพจดังนังนู๋ใบชา เฟซบุ๊กกรุ๊ปใหญ่ระดับเอเชีย

คุณเทวฤทธิ์ ขันโมลี เจ้าของ Youtube Yookung

Podcast PostConnex EP:17 YouTube Marketing ยอดขายวิ่งยอดคลิปพุ่งด้วยเทคนิคสุดง่าย