Logis Trend, Post News,

ePacket ตัวช่วยส่งของข้ามแดนสุดคุ้ม ได้ใจคนทำ e-Commerce ทั่วโลก

บริการจัดส่ง ePacket ได้รับการออกแบบมาสำหรับการทำธุรกิจ e-Commerce โดยเป็นตัวเลือกด้านบริการจัดส่งที่รวดเร็ว และเป็นมิตรกับงบประมาณผู้ค้าออนไลน์กลายเป็นบริการได้รับความนิยมกว่าค่อนโลก

 

เมื่อโลกทุกวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัล จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ประกอบการจำนวนมาก จะหันเข้าสู่การทำธุรกิจ e-Commerce หรือ ธุรกิจออนไลน์กันมากขึ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางการค้าที่มาแรง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่สามารถซื้อสินค้าได้หลากหลายเพียงแค่คลิกปุ่ม

ความง่ายและสะดวกส่งผลให้เทรนด์การซื้อของบนโลกออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่า จำนวนนักช้อปออนไลน์ทั่วโลกจะมีมากถึง 2.14 พันล้านคนในปี 2564 ขยับเพิ่มขึ้นจาก 1.66 พันล้านคนในปี 2560 ส่งผลให้การแข่งขันของตลาดออนไลน์มีความดุเดือดและรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งกลยุทธ์สำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์สามารถฉีกตัวเหนือคู่แข่งได้ในสมรภูมิรบเช่นนี้คือ การนำเสนอบริการจัดส่งที่รวดเร็วและคุ้มค่าอย่าง ePacket นั่นเอง

 

ทำความรู้จัก ePacket เด็ดอย่างไร

ePacket เป็นวิธีการจัดส่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ขายในฮ่องกงและจีน โดยเป็นการทำความตกลงร่วมกันระหว่าง การไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The United States Postal Service : USPS), eBay ประเทศจีน และ การไปรษณีย์ฮ่องกง ในปี 2554 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายของธุรกิจ e-Commerce จากจีนและฮ่องกงเติบโตขึ้น โดยแพ็กเกจทั้งหมดที่จัดส่งจากประเทศจีนและฮ่องกง จะได้รับบริการจดหมายชั้นหนึ่งของ USPS และการยืนยันการจัดส่ง

สาเหตุที่ทางฮ่องกงและจีนสามารถส่งสินค้าได้อย่างฟรีๆ หรือมีอัตราค่าส่งที่ถูกนั้น เป็นเพราะทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาได้ทำการจ่ายค่าขนส่ง (Shipping Fees) แทน ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจ e-Commerce ระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รับของมาขาย (Dropshipper) และเจ้าของร้านออนไลน์ ที่ทำเงินจากการขายผลิตภัณฑ์จากประเทศเหล่านี้

บริการจัดส่ง ePacket ได้รับการออกแบบมาสำหรับการทำธุรกิจ e-Commerce โดยเป็นตัวเลือกด้านบริการจัดส่งที่รวดเร็ว และเป็นมิตรกับงบประมาณแก่ผู้ค้าออนไลน์ที่จัดหาผลิตภัณฑ์จากประเทศเหล่านี้ ซึ่งเป็นการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ขนาดเล็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม ได้อย่างรวดเร็ว หากคำสั่งซื้อมีมูลค่าต่ำกว่า 400 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้เป็นบริการที่สามารถสนับสนุนผู้ค้าที่มีความสนใจในการขายสินค้าจากจีนหรือฮ่องกงได้เป็นอย่างดี

 

การจัดส่ง ePacket ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดส่งระหว่างประเทศดังต่อไปนี้

  • การรับสินค้าจากผู้ผลิต – จัดการโดยบริการไปรษณีย์ท้องถิ่น (จีน EMS)
  • การขนส่งระหว่างประเทศ – จัดการโดย USPS
  • การส่งมอบครั้งสุดท้าย – จัดการโดยบริการไปรษณีย์ท้องถิ่นของประเทศ

ซึ่งหมายความว่า การจัดส่ง ePacket นั้น ไม่ได้รับการจัดการโดยบริษัทเพียงแห่งเดียว อีกทั้งยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดหรือข้อกำหนดและการเปลี่ยนแปลงของบริการและประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วม

 

ทาง USPS มีข้อกำหนดถึงแพ็กเกจที่สามารถทำการจัดส่งแบบ ePacket ไว้ ดังนี้

น้ำหนักและมูลค่า

ขีดจำกัดน้ำหนักสูงสุดสำหรับพัสดุที่ส่งโดยใช้ ePacket คือ 2 กิโลกรัม หรือ 4.4 ปอนด์ ซึ่งรวมถึงน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ กล่องการจัดส่ง วัสดุฟิลเลอร์ หรือบรรจุภัณฑ์อื่นๆ นอกจากนี้มูลค่าของคำสั่งซื้อไม่ควรเกิน 400 เหรียญสหรัฐ ควรจัดส่งจากประเทศจีนและฮ่องกงไปยังประเทศที่มีสิทธิ์เท่านั้น นอกจากนี้ อิสราเอลเป็นประเทศเดียวที่สามารถบรรจุน้ำหนักได้ถึง 3 กิโลกรัม หรือ 6.6 ปอนด์

 

ขนาดของบรรจุภัณฑ์

ขนาดบรรจุภัณฑ์ขั้นต่ำ:

แพ็กเกจปกติ = ยาว 14 เซนติเมตร และ กว้าง 11 เซนติเมตร
แพ็กเกจม้วน = ความยาว (ขั้นต่ำ 11 เซนติเมตร) + เส้นผ่าศูนย์กลาง X 2 = ขั้นต่ำ 17 เซนติเมตร

 

ขนาดบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงสุด:

  • แพ็กเกจปกติ = ความยาว (สูงสุด 60 เซนติเมตร) + ความกว้าง + ความหนา = อย่างน้อย 90 เซนติเมตร
  • แพ็กเกจม้วน = ความยาว (สูงสุด 90 เซนติเมตร) + เส้นผ่านศูนย์กลาง X2 = สูงสุด 104 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม หากผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็กกว่าบรรจุภัณฑ์ขั้นต่ำ ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าและเพิ่มวัสดุเติมเข้าไปได้ และยังสามารถเลือกที่จะจัดส่งของแยกชิ้นได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องรวมสินค้าทุกอย่างไว้ในแพ็กเกจเดียวกัน

 

ประโยชน์ของการจัดส่ง ePacket

  1. รวดเร็ว

ก่อนหน้านี้การขนส่งจากจีนและฮ่องกงจะใช้เวลามากกว่า 8 สัปดาห์ แต่ด้วย ePacket สินค้าจะถูกจัดส่งภายใน 30 วัน ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 7 ถึง 12 วันทำการ และฟรีหรือเสียค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเร็วกว่าวิธีการจัดส่งแบบมาตรฐานที่ใช้เวลาในการจัดส่งหลายสัปดาห์

 

  1. คุ้มค่า

บริการ ePacket สามารถช่วยลดต้นทุนการจัดส่งได้ โดยมีค่าธรรมเนียมการจัดส่งต่ำกว่าบริการชั้นหนึ่งภายในประเทศของ USPS มาก แต่ระยะเวลาในการจัดส่งใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม อัตราค่าจัดส่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและผู้ให้บริการจัดส่ง

 

  1. การติดตามแพ็กเกจไม่ยุ่งยาก

การจัดส่งรูปแบบนี้จะมาพร้อมกับการยืนยันการจัดส่ง ซึ่งหมายความว่าทั้งผู้ขายและลูกค้ารับทราบว่ามีการส่งมอบแพ็กเกจและการทำธุรกรรมที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว และสามารถทำการติดตามการเดินทางของการสั่งซื้อได้ทั่วโลกจนกว่าของจะถึงหน้าประตูของลูกค้า

 

  1. ส่งคืนฟรีสำหรับสินค้าที่ไม่สามารถส่งมอบได้

สำหรับการจัดส่งใดๆ ที่ยังไม่ได้ส่งมอบ บริการนี้จะส่งคืนสินค้าให้ลูกค้าฟรี ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อุ่นใจมากขึ้น เพราะไม่ต้องมานั่งกังวลเกี่ยวกับเรื่องของการคืนเงิน จากสถิติของ Statista ผู้ให้บริการข้อมูลสถิติ พบว่า การส่งคืนสินค้าจะทำให้ผู้ขายในสหรัฐอเมริกาสูญเสียรายได้เป็นมูลค่าถึง 550,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 นอกจากนี้ ผลการศึกษาของปี 2558 ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่องของการส่งคืนสินค้ามากกว่าการจัดส่งฟรีอีกด้วย

 

  1. ไม่มีค่าธรรมเนียมศุลกากรสำหรับผู้ขายออนไลน์

เนื่องจาก ePacket เป็นบริการที่จัดส่งสินค้าโดยตรงจากแหล่งที่มาให้กับลูกค้า ความรับผิดชอบต่อค่าธรรมเนียมศุลกากรและภาษีต่างๆ จึงตกไปเป็นของผู้รับ ซึ่งผู้ประกอบการควรทำการแจ้งให้ลูกค้าได้ทราบถึงประเด็นนี้ด้วย

 

ยอดส่งอีคอมเมิร์ซข้ามแดนพุ่ง ปณท เพิ่มปลายทางแคนาดารวมเป็น 24 ประเทศ

แม้กระแสสงครามการค้าโลกจะร้อนแรงแต่ไม่สามารถหยุด บริการ ePacket ที่ปัจจุบัน การจัดส่งแบบ ePacket นั้น ได้ขยายไปกว่า 35 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่า ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น ล่าสุด ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าขยายบริการ ePacket ปลายทางไปยังแคนาดา และเพิ่มน้ำหนักส่งไปอังกฤษถึง 5 กิโลกรัม

วิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายการบริหารลูกค้า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า บริการอีแพ็กเก็ตที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบันได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการโดยเฉพาะผู้ค้าออนไลน์ในการส่งสินค้าข้ามแดนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดส่งเฉลี่ยรายเดือนในครึ่งแรกของปีนี้เติบโตจากปีที่แล้วกว่าเท่าตัว ทั้งนี้ 5 อันดับประเทศปลายทางยอดนิยมได้แก่สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ เยอรมนี และญี่ปุ่นตามลำดับ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ปณท จะเพิ่มเส้นทางส่งไปยังแคนาดาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งประเทศ รวมเป็น 24 ประเทศปลายทางในภูมิภาคสำคัญ นอกจากนี้ยังขยายพิกัดน้ำหนักสูงสุดสำหรับปลายทางประเทศอังกฤษได้ถึง 5 กิโลกรัม

“บริการ ePacket ตอบโจทย์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องการความประหยัด และตรวจสอบสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมงราคาเริ่มต้น 120 บาท ส่งได้สูงสุด 2 กิโลกรัม ยกเว้นประเทศอังกฤษส่งได้ถึง 5 กิโลกรัม พิเศษ! ePacketPlus เพิ่ม 30 บาทต่อชิ้น รับความคุ้มครองสูงสุด 1,500 บาท ดูรายละเอียดอัตราค่าบริการได้ทางเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th หรือสอบถามเพิ่มเติม THP Contact Center 1545”

 

วันนี้ ePacket จึงกลายเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ค้าปลีกออนไลน์และธุรกิจ Dropshipping เช่น AliExpress, Amazon, eBay และ Shopify ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำร้านค้าออนไลน์หรือธุรกิจ e-Commerce ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ ก็สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและยกระดับความพึงพอใจให้ลูกค้า ด้วยการบริการจัดส่งที่รวดเร็วและคุ้มค่าผ่านการจัดส่งแบบ ePacket เช่นนี้ได้

Recent

“มหกรรมส่งถูกส่งฟรี”ครั้งเดียวในรอบปี ฉลองใหญ่ 15 ปีไปรษณีย์ไทย

ส่งถูกส่งฟรี ส่งได้ทั่วไทยไปไกลทั่วโลก ภายในงานที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก 9 -15 ต.ค.นี้ ที่ชั้น G สเปลล์แอทฟิวเจอร์พาร์ค

COD ไปรษณีย์ไทย“เก็บก่อนจ่ายทีหลัง” โดนใจผู้ค้าออนไลน์ยอดพุ่งปรี๊ดทะลุล้าน

บริการเก็บเงินปลายทาง COD ของไปรษณีย์ไทย เก็บเร็วโอนไว แถมไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน

ง่ายกว่า “ชิม ช้อป ใช้” กสิกรไทยปล่อยวงเงินกู้ให้ร้านค้าออนไลน์ 6 แสนบาท ไร้เอกสารค้ำ

กสิกรไทยจับมือช้อปปี้ พัฒนา “เงินกู้ธุรกิจออนไลน์” รูปแบบใหม่ไม่ต้องยื่นเอกสาร ไม่ต้องมีหลักประกัน ให้ร้านค้าบนช้อปปี้ ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี