Ecom Way, Marketing Hub,

ความท้าทายใหม่ของผู้ค้าออนไลน์ เทรนด์การสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียงกำลังจะเกิดขึ้น

OC&C Strategy Consultant ได้ประเมินว่าการซื้อขายผ่านเสียงในปี 2022 จะมีมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และ Econsultancy คาดการณ์ว่าภายในปี 2563 การค้าด้วยเสียงจะคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการค้นหาออนไลน์ทั้งหมด

 

เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ไปเรื่อยๆ แค่อยู่กับบ้านก็สามารถกดนิ้วสั่งซื้อสินค้าได้ แต่นั่นอาจกลายเป็นอดีต เพราะปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายได้พัฒนาการสั่งซื้อสินค้าผ่านเสียงพูดในรูปแบบที่เรียกว่า Voice Commerce (vCommerce)

โดยหลักการทำงานของ Voice Commerce ก็คือการสั่งซื้อสินค้าด้วยภาษาพูดผ่าน Voice Assistant จากนั้นผู้ช่วยจะทำการประมวลผลและดำเนินขั้นตอนการซื้อไปตามความเหมาะสม เช่น ผู้ใช้ถามถึงสินค้าที่อยากได้ หรือยืนยันรายการสั่งซื้อ Voice Commerce จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านคำสั่งเสียงได้แทนที่จะต้องคลิกผ่านหน้าเว็บไซต์หรือกดผ่านแอปพลิเคชัน

เรียกว่าตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชอบความสะดวกสบาย แนวโน้มนี้ก็ค่อยๆ พัฒนามาจากการค้นหาข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือ โดย Google ระบุว่า 20% ของการค้นหาข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือเป็นการค้นหาผ่าน Voice Search แทนที่จะเป็นการพิมพ์ข้อความ เช่นเดียวกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง Baidu และ comScore ระบุว่าอัตราดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 50% ภายในปี 2563

 

จากกระแสความนิยมดังกล่าว บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างไม่รอช้าได้ปล่อยฟังก์ชันการค้นหาข้อมูลด้วยเสียงคู่ไปกับการสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียงที่รองรับ Voice Search ออกมาสู่ตลาด เช่น Amazon Echo, Google Home และ Apple Home Pod หรือแม้แต่ในแฟลตฟอร์มดังอย่าง Lazada ก็มีการปล่อยฟีเจอร์นี้มาแล้ว

ในรายงานสรุปผลการขายของ Amazon เมื่อช่วงเทศกาลคริสต์มาสปี 2018 ระบุว่าอัตราการซื้อของผ่าน Alexa นั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าจากปี 2017 และ OC&C Strategy Consultant ก็ได้ประเมินว่าการซื้อขายผ่านเสียงในปี 2022 จะมีมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปัจจุบัน 62% ของผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาเคยใช้ Voice Commerce สั่งซื้อของชำ และ 35% ก็เคยสั่งสินค้าจากร้านค้าปลีกอื่นๆ ผ่านคำสั่งเสียงแล้ว

 

Voice Commerce เทรนด์ที่กำลังเติบโต

แม้กระแส Voice Commerce ในบ้านเราอาจยังไม่บูม แต่ Voice Commerce ในต่างประเทศมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายงานของบริษัทวิจัย CIRP เมื่อเดือนมกราคม 2019 เผยว่าในเดือนธันวาคม 2018 ชาวอเมริกาติดตั้งอุปกรณ์ที่มี Voice Assistant เช่น Alexa หรือ Google Assistant อยู่กว่า 66 ล้านตัวทั่วประเทศ โดยเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องจาก 37 ล้านตัวในเดือนเดียวกันในปี 2017

นอกจากนี้ Juniper Research ยังคาดการณ์ว่าจำนวนการใช้งาน Voice Assistant จะสูงถึง 8,000 ล้านครั้งต่อปีทั่วโลกในปี 2023 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นราว 3 เท่าจากปัจจุบัน สอดคล้องกับทาง Econsultancy คาดการณ์ว่าภายในปี 2563 การค้าด้วยเสียงจะคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการค้นหาออนไลน์ทั้งหมด

 

 

4 ข้อที่ผู้ค้าออนไลน์ต้องเตรียมรับเทรนด์ Voice Commerce

เมื่อการสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องเตรียมตัวคือ

1 ต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน อาจเป็นสมาร์ตโฟน หรืออุปกรณ์ที่เปิดใช้งานเสียงที่คล้ายกัน (เช่น Amazon Echo หรือ Google Home)

2 เปลี่ยนคำค้นหาเหมือนคำพูด การค้นหาด้วยเสียงนั้นแตกต่างจากการค้นหาข้อความ เพราะคนถนัดและคุ้นเคย จำนวนคำที่ใช้เสิร์ชก็จะมากกว่าการค้นหาด้วยข้อความ

3 เตรียมคำตอบ อาจต้องรวบรวมคำถามที่เกี่ยวกับสินค้าไว้ เพื่อหาคำตอบทุกคำถามในทุกช่องทางการตลาด

4 เรียนรู้แอปเสียง วันนี้เริ่มเน้นการติดตามพัฒนาการทักษะของหลายค่ายที่พัฒนาแอปพลิเคชันผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa หรือ Google Actions เพื่อนำมาพัฒนากับธุรกิจ

 

 

อะไรคือความท้าทายของการค้าด้วยเสียงในปัจจุบัน

             อย่างไรก็ตามการสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียงก็อาจยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมากนักในปัจจุบัน ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องเรียนรู้ด้วยเช่นกันคือ

ข้อจำกัดทางภาษา เสียงแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้การรับรู้หรือเข้าใจสำเนียงและเสียงสูงต่ำค่อนข้างยาก ปัจจุบันภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนาและได้รับการยอมรับมากที่สุด

การโต้ตอบดูธรรมชาติ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเหมือนได้พูดคุยกับมนุษย์จริงๆ

ช่องว่างความรู้ ผู้บริโภคจำนวนมากอาจไม่มีความรู้หรืออาจยังไม่คุ้นเคยก็อาจไม่ซื้อหรือใช้ Voice

ขาดความไว้วางใจ ยังไม่เชื่อมั่นโดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าราคาแพง

ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ผู้บริโภคจำนวนมากตระหนักถึงความจำเป็นในการปกป้องข้อมูลออนไลน์ของพวกเขา

 

Voice Commerce ก็เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่จะมาสร้างสีสันให้กับการค้าออนไลน์ ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อยากขายของได้ต้องพร้อมรับมือ

Recent

รู้จัก Partner@Post e-Commerce Solutions ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ แบบครบวงจร

Partner@Post บริการพิเศษจากไปรษณีย์ไทย ที่เพิ่มความสะดวกช่วยลดปัญหาจุกจิก เหมือนได้เพื่อนคู่คิดช่วยจัดการธุรกิจให้แบบส่วนตัว ตอบโจทย์ลูกค้าอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร

อัพเกรดแอป ASEANStamp2 รับอาเซียนซัมมิต 35 ชมวิดีโอ“ศักยภาพไทยเป็นประธาน” ผ่านดวงแสตมป์

ตราไปรษณีย์ยากรชุดที่ระลึกประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน เป็นอีกหนึ่งคอลเลกชันที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ AR ถ่ายทอดคลิปวิดีทัศน์การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดครั้งนี้ของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน 2562 โดยล่าสุดไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาแอปจากเดิม ASEANStamp เป็น ASEANStamp2 เพื่อรองรับระบบ iOS 11.3 ขึ้นไป

ไปรษณีย์ไทยจับมือเซ็นทรัลแล็บไทย หนุนผู้ผลิตทั่วไทยจัดบริการส่งด่วนตัวอย่างส่งตรวจแบบครบวงจร

บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) มอบความไว้วางใจให้ไปรษณีย์ไทย จัดระบบพิเศษส่งด่วนตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พร้อมอำนวยความสะดวกส่งใบรับรองผลตรวจคุณภาพสินค้าถึงบ้าน เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานสินค้าชุมชนสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

Podcast

คุณภูคณิศา ธนัชปิติโชติ เจ้าของแบรนด์ Rosy Rose

Podcast PostConnex EP:11 แฉความลับทำตลาดออนไลน์ CLMV ยังไง? ให้ยอดฉลุยทุกประเทศ

คุณนฤชล นฤชาญภัทรัฐ เจ้าของแบรนด์ Wanderlust

Podcast PostConnex EP:15 8 เคล็ดลับปั้นยอดขายบน IG ให้มีรายได้หลักล้าน

คุณณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจ “การตลาดวันละตอน”

Podcast PostConnex EP5: ขายของอย่างไรให้ถูกจริตผู้บริโภคในโลกออนไลน์ กับเจ้าของเพจการตลาดวันละตอน