Marketing Hub,

ต้องอ่านถ้าไม่อยากเจ๊ง ข้อคิดจาก วรวุฒิ อุ่นใจ แนะลุยธุรกิจออนไลน์ให้ยั่งยืน

เพราะในอนาคตธุรกิจเหลือแค่สองแบบคือ คนเดินไปหาสินค้า กับ สินค้าเดินไปหาคน ฉะนั้นถ้าใครยังไม่ใช้ประโยชน์จากออนไลน์สุดท้ายตกเวทีการค้า ถึงแม้ช่องทางออนไลน์จะไม่สามารถปิดการขายได้ แต่มันทำให้เกิดกระบวนการซื้อขายได้

 

ไอเดียขายตรงผ่านแค็ตตาล็อก ไม่เพียงแค่พลิกฟื้นธุรกิจครอบครัว “ออฟฟิศเมท” ขึ้นมาเป็นอี-คอมเมิร์ซแถวหน้าของประเทศ เขายังสามารถเปลี่ยนแผงหนังสือ B2S มียอดโตขึ้นถึง 10% ในยุคที่ธุรกิจหนังสือซบเซา เหล่านี้ล้วนเป็นผลงานเพียงเสี้ยวหนึ่งของ วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) วันนี้เขาได้มาเผยถึงเทคนิคการบริหารธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้รุ่งไม่ร่วงแม้สินค้าจะตายแต่ร้านค้าต้องรอด

 

 

Operation สำคัญมากกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ประเด็นแรกที่วรวุฒิให้ความสำคัญในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซคือเรื่อง การจัดการ (Operation) กระบวนการทำงานให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยทำให้ธุรกิจยืนระยะยาวได้ แต่เท่าที่สังเกตหลายคนยังทำธุรกิจโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีลูกค้าใหม่กี่ราย ลูกค้ารายไหนบ้างที่ Active นอกจากนี้บางคนกังวลกับการหาลูกค้าใหม่ จนลืมดูแลรักษาลูกค้าเก่า หรือบางรายพอขายของได้เยอะก็เริ่มหลุดเรื่องการบริการดูแลหลังการขาย ลูกค้าหนีไปหาคนที่ทำได้ดีกว่า หากใครที่ทำธุรกิจเข้าข่ายนี้บอกได้คำเดียวว่าเหนื่อยแน่นอน

“การทำธุรกิจในอนาคตจะเหลือแค่สองแบบคือ คนเดินไปหาสินค้า กับ สินค้าเดินไปหาคน ดังนั้นหากคุณยังไม่ใช้ประโยชน์จากออนไลน์สุดท้ายตกเวทีการค้า”

 

สำหรับการนำเรื่องออนไลน์มาช่วยในการแก้ไขปัญหาสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ เรื่องการขยายสาขาที่ต้องมีการลงทุนสูง  วรวุฒิ จึงเปลี่ยนวิธีหันมาให้ความสำคัญกับกับแฟรนไชส์แล้วใช้วิธีบริหารจัดการเชื่อมข้อมูลช่วยให้แฟรนไชส์ขนาดเล็กมีพื้นที่เพียง 50-100 ตารางเมตรก็สามารถขายสินค้าของออฟฟิศเมทที่มีกว่า 30,000 SKU ได้ โดยสินค้าชิ้นใดที่ไม่มีในร้านค้าลูกค้าสามารถสั่งผ่านอีแค็ตตาล็อกที่มีสินค้าครบทุกรายการ เป็นการปลดล็อกเรื่องการมีพื้นที่จำกัดและต้นทุนไปได้

“หลายคนเข้าใจว่าการมีร้านออนไลน์กับเปิดร้านออฟไลน์เป็น O2O (Online to Offline) แล้ว แต่การเป็น O20 ได้จริงๆ แบบอาลีบาบา หรือ แอมะซอน นั้น คุณจะต้องมีระบบข้อมูลที่ซิงก์กันทั้งระบบ เช่น ลูกค้าซื้อของทางออนไลน์สามารถไปขอคืนที่หน้าร้านได้โดยที่เด็กเฝ้าหน้าร้านไม่งงเพราะมี database ร่วมกันแบบนี้ถึงจะเรียกว่าเป็น O2O อย่างแท้จริง การที่จะทำแบบนั้นได้ความยากคือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลการจัดการข้อมูล”

 

 

หลุดจากกับดักทางบัญชี

เมื่อพูดถึงการใช้ Data ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วรวุฒิ แนะนำว่าสามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยเริ่มต้นจากการมีระบบบัญชีที่ถูกต้อง ซึ่งถือเป็นระบบข้อมูลพื้นฐาน เพราะถ้าเมื่อใดที่คุณยังไม่มีระบบบัญชี หรือมีแต่ไม่สมบูรณ์ การจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์ในเชิงลึกยิ่งทำได้ลำบาก

“สมัยก่อนผมสต็อกของไว้ 4 เดือน เงินจมไป 40 กว่าล้านบาท แต่พอใช้ระบบบัญชีวิเคราะห์อย่างละเอียด สามารถลดสต็อกจาก 4 เดือน เหลือ 1 เดือน ทำให้ลูกค้าได้รับออเดอร์ครบถ้วนกว่าด้วย แต่ส่วนใหญ่คนไทยมี mind set ว่าการอยู่นอกระบบ ไม่ต้องเสียภาษีทำให้มีกำไรดีกว่า แต่ในความจริงแล้วมันทำให้คุณติดกับดัก ถึงคุณขายของได้ดีก็จะโตไม่ออก ขยายธุรกิจได้ลำบากเพราะคุณขาดข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ธุรกิจ”

ที่สำคัญวันนี้ธุรกิจไทยไม่ได้แข่งแค่คนไทยอีกต่อไปแล้ว การเข้ามาตั้งคลังสินค้าของอาลีบาบาในเขตพื้นที่ของอีอีซี ที่จะช่วยให้การสั่งของจากอีคอมเมิร์ซจากจีนสะดวกรวดเร็วมากขึ้นไปอีก ฉะนั้นข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แข่งขันได้ เพราะวันนี้การปรับตัวอย่างรวดเร็วอาจไม่เพียงพอแล้ว ต้องมีทั้งความแม่นยำและมีประสิทธิภาพด้วย

 

สินค้าตายได้แต่ร้านไม่ตาย

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สินค้าที่คุณขายทางออนไลน์วันนี้หรือพรุ่งนี้อาจจะล้าสมัยไม่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าแล้วก็เป็นได้ ก่อนที่จะปล่อยให้ถึงกาลอวสานของร้านค้า วรวุฒิยกตัวอย่างวิธีที่เขาเคยนำไปใช้แก้ปัญหาวิกฤตให้กับร้านหนังสือ B2S ในเครือเซ็นทรัล ซึ่งเคยเป็นแผงหนังสือที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร แต่ในยุคที่หนังสือและนิตยสารไม่ได้รับความนิยมเหมือนอดีตทำให้พื้นที่ของแผงถูกปรับลดลงเหลือประมาณ 10 ตารางเมตร เขาจึงเปลี่ยนสร้างสินค้าใหม่ภายใต้คอนเซตป์คือ play and learn ปรับเปลี่ยนทั้งสินค้าและวิธีการขาย ทำให้ยอดขายร้านโตเกือบ 10% ในปี 2018 สวนกับธุรกิจหนังสือที่อยู่ในช่วงชาลง

วิธีการของเขาคือ สังเกตพฤติกรรมลูกค้าที่มีต่อสินค้า คือคนสนใจหนังสือออกกำลังกายเยอะมาก สิ่งที่ B2S คิดต่อไปคือ ลูกค้ามองหาการมีสุขภาพดี จากโจทย์นี้เขาจึงหาสินค้าเพิ่มขึ้นมาทดแทนลูกค้ากลุ่มที่ชอบออกกำลังกาย อาทิพวกอุปกรณ์ IOT ที่เป็น wearable หรือนาฬิกาสมาร์ตวอทช์ ทำให้สินค้าเหล่านี้น่าจะเป็นเป็นสินค้าที่ B2S ขายดีที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งปรับวิธีการขาย เช่น การเวิร์กช็อปสอนเล่นบอร์ดเกม จัดประกวดแข่งขัน ทำให้บอร์ดเกมส์ขายดีมาก

“สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่เราไม่เคยขายมาก่อนเลย แต่เราต้องปรับเปลี่ยนตามสภาวะให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค ผมว่าธุรกิจก็ไปต่อได้ แต่ถ้ายังขายสินค้าแบบเดิมวิธีเดิมๆ อาจไม่รอด ถ้ารู้ว่าออนไลน์จะเปลี่ยนชีวิตกับธุรกิจเรา คุณต้องสร้างช่องทางให้กับธุรกิจด้วยออนไลน์ ถึงแม้ปิดการขายไม่ได้ใช้ช่องทางออนไลน์ทำให้เกิดกระบวนการซื้อขายได้ เช่น ร้านตัดผมก็อาจทำแอปพลิเคชัน ให้ลูกค้าสามารถจองเวลาตัดผม ถ้าคุณไม่ปรับตัวก็ลำบากเพราะการทำธุรกิจในปี 2020 มันคือธุรกิจสองแสน “แสนสาหัส กับ แสนลำบาก” วรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

Recent

“คูเรียร์โพสต์”สยายปีก 65 ประเทศปลายทาง ส่งด่วนเหนือชั้นพร้อมลดสนั่น 200 บาททุกชิ้น

ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าขยายปลายทาง “คูเรียร์โพสต์” บริการส่งด่วนทั่วโลกมาตรฐานสากล เพิ่มอีก 40 รวมเป็น 65 ประเทศ

เพิ่มยอดขายให้กระจาย ขยายธุรกิจออนไลน์ให้โตด้วยแคตตาล็อก

เคยคิดไหมว่าเมื่อธุรกิจออนไลน์เล็กๆ ที่คุณปั้นมากับมือ เมื่อวันหนึ่งงอกงามเติบโต ทั้งลูกค้าและจำนวนชิ้นสินค้าที่เพิ่มขึ้น คุณจะรับมืออย่างไร ไม่ให้ลูกค้าพลาดสินค้าที่คุณมีตั้งแต่เริ่มธุรกิจ

ไปรษณีย์รับเทรนด์ E Commerce บูม! ศูนย์ EMS แจ้งวัฒนะให้บริการ 24 ชั่วโมง

ไปรษณีย์ไทยเข้าใจความต้องการของผู้ประกอบการยุคใหม่จึงเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้วยการเปิดเคาน์เตอร์ให้บริการประชาชน 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ณ ศูนย์ไปรษณีย์อีเอ็มเอส ถนนแจ้งวัฒนะ เพิ่มเติมจากจุดเดิมที่ให้บริการอยู่แล้วที่สนามบินสุวรรณภูมิชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก

Podcast

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี