Marketing Hub,

หรูกว่านี้มีอีกมั๊ย!! ธุรกิจทัวร์แนวใหม่เปิดประสบการณ์เที่ยวเหนือธรรมดาหัวละกว่า 3 ล้าน

เมื่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนยุคดิจิทัล ต่างต้องการความแปลกใหม่ ประสบการณ์ที่เหนือกว่า จึงเป็นที่มาให้หลายธุรกิจพยายามหาจุดขายสร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะทัวร์ เช่น ultra-luxury ที่ค่าบริการสุดแพง

 

การท่องเที่ยวเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าและบริการต่าง ๆ รวมถึงบริษัทนำเที่ยว ซึ่งบริการท่องเที่ยวที่จัดโดยบริษัททัวร์ต่าง ๆ นั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่หรูน้อยไปจนถึงหรูมากแล้วแต่แพ็กเกจ สำหรับคนทั่วไป ล่าสุดมีบริการทัวร์ท่องเที่ยวระดับ ultra-luxury ซึ่งความหรูระดับขีดสุดที่ว่าวัดได้จากหลายอย่าง รวมถึงการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว และจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไปเยือน เช่น ทวีปแอนตาร์กติกา เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อคนไม่ต่ำกว่า 100,000 เหรียญหรือราว 3 ล้านกว่าบาท

เบ็คกี้ พาวเวลล์ ประธานบริษัทโปรทราเวล อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ให้บริการท่องเที่ยวแนวหรูกล่าวว่าระดับการดูแลลูกทัวร์ และบริการอาหาร เครื่องดื่ม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แบบดีเยี่ยมและโรงแรมที่พักระดับสุดยอดอีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้บริการทัวร์แบบนี้แตกต่างออกไปคือการมีมัคคุเทสน์ส่วนตัวนำพาไปยังสถานที่แปลก ๆ ที่ยังไม่ช้ำเพราะนักท่องเที่ยว บริการทัวร์แบบ super-luxury มีบริการหลากหลายบริษัทด้วยกัน แต่ละบริษัทก็มีจุดขายแตกต่างกัน ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

ทัวร์เกี่ยวกับวัฒนธรรม การศึกษา ขึ้นชื่อสุดคงเป็นของบริษัท National Geographic Private Jet Expeditions และ Smithsonian Journeys ราคาค่าทัวร์ตก 78,945 เหรียญ และ 85,950 เหรียญตามลำดับ สำหรับบริษัท National Geographic Private Jet ให้บริการเดินทางด้วยโบอิ้ง 757 จำนวน 48-75 ที่นั่ง พนักงานบนเครื่องที่ให้บริการมีตั้งแต่เชฟที่คอยปรุงอาหาร พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม พนักงานลำเลียงกระเป๋า จุดปลายทางที่ไปได้แก่ แอฟริกา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และทั่วโลก

 

 

ด้านบริษัท Smithsonian Journeys ก็ให้บริการการเดินทางด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 757 เช่นกัน โดยเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจทั้ง 76 ที่นั่ง ส่วนโปรแกรมทัวร์ จัดให้ได้ทั่วโลก รวมถึง มาชูปิกชู เมืองสาบสูญแห่งอินคาบนเทือกเขาสูงในเปรู, เกาะอีสเตอร์ (หรือเกาะราปานูอี) กลางมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ในเขตประเทศชิลี เป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดดเดี่ยวมากที่สุดในโลก โดยอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ถึง 2,000 กม., ซามัว ประเทศที่เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เคยเป็นหนึ่งในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ของชาวโพลินีเซีย, เปตรา นครหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลเดดซีกับอ่าวอะกาบาในประเทศจอร์แดน และมาราเกช เมืองสวยแห่งโมรอคโค ประเทศริมขอบทวีปแอฟริกา

นอกจาก 2 บริษัทที่กล่าวมา ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่ให้บริการระดับเดียวกัน เช่น บริษัท Four Seasons Private Jet Experience ที่นำเที่ยว ณ จุดหมายปลายทางที่เป็นเมืองท่องเที่ยวทั่วไป ได้แก่ เกียวโต บูดาเปสต์ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก และปารีส แต่เน้นความหรูหรา เดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ที่นั่งหุ้มด้วยเบาะหนังจากอิตาลี และพักเฉพาะโรงแรมหรู

 

การเดินทางแต่ละครั้งใช้เวลาเกือบเดือน หรือประมาณ 21-24 วัน ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 163,000 เหรียญต่อคน รวมถึงบริษัทอื่น ๆ เช่น Abercrombie and Kent, Remote Land, TCS World Travel, Red Savannah และ Crystal Skye ซึ่งสังกัดบริษัทสกาย ผู้ให้บริการทัวร์เรือสำราญ และภายหลังได้ขยายบริการเป็นทัวร์ที่โดยสารทางอากาศบนความหรูหราขั้นสุด บริการนำเที่ยวระดับ ultra-luxury ของบริษัทที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นสามารถจับจองได้ทั้งแบบส่วนตัว หรือเดินทางร่วมกับลูกทัวร์คนอื่นที่มีฐานะและรสนิยมใกล้เคียงกัน

 

นอกจากการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แล้ว บางบริษัททัวร์ยังสอดแทรกกิจกรรมที่ลูกทัวร์สนใจให้อีกด้วย เช่น บริษัทท่องเที่ยว Nota Bene Global ในลอนดอนที่จัดทริปเที่ยวอิตาลีพร้อมกิจกรรมทดลองและเรียนขับซูเปอร์คาร์แบรนด์เฟอร์รารี แอนโทนี่ ลาสแมน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเล่าว่าลูกค้าบริษัทเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินประมาณ 10-20 ล้านเหรียญขึ้นไป และบางคนอาจอู้ฟู้มีมากถึงระดับพันล้านเหรียญไปจนถึง 8,000 ล้านเหรียญก็มี

ลูกค้าบางคนแม้จะร่ำรวยมาก ๆ แต่กลับซื้อทัวร์เพื่อไปสัมผัสชีวิตชาวบ้านแบบธรรมดา ๆ หรือไปรับประทานอาหารง่าย ๆ ที่คนท้องถิ่นทานกัน ลาสแมนเล่าอีกว่าเคยมีลูกค้าเศรษฐีอเมริกันซื้อทัวร์ท่องเที่ยวอิตาลี และภายหลังได้ซื้อคอร์สสอนทำอาหารให้กับเชฟส่วนตัวเพื่อให้เชฟนำรสชาติอิตาเลียนแท้กลับไปปรุงให้ตัวเองที่บ้าน เป็นต้น

รายงานระบุว่าการลงทุนในเรื่องการท่องเที่ยวแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น และมีอะไรที่มากกว่าไปพักผ่อนธรรมดาเนื่องจากเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่บรรดามหาเศรษฐีแสดงออกถึงสถานะและความมั่งคั่งของตนที่สามารถท่องเที่ยวนานนับเดือน และใช้จ่ายทริปละหลายแสนไปจนถึงหลายล้านเหรียญ

ล่าสุดนิตยสารบิสิเนส อินไซเดอร์ได้จับมือกับบริษัทออริจินัล ทราเวลซึ่งให้บริการทัวร์หรูทำการสำรวจความเห็นว่าจุดหมายปลายทางฮอทฮิตในปี 2019 ที่เหล่าเศรษฐีนักเที่ยวต้องการไปใช้มีที่ใดบ้างพบว่ายอดจองที่เข้ามา 15 อันดับแรก ได้แก่ อียิปต์ ญี่ปุ่น ไอซ์แลนด์ โคลอมเบีย ภูฏาน รวันดา  เมียนมา หมู่เกาะซีเชลส์ ตุรกี ชิลี อินเดีย อังกฤษ ฝรั่งเศส โอมาน และมอนเตนีโกร

ดูเหมือนการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันเหนือกว่าสินค้าและบริการคือการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ขอบความแตกต่าง ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต้องการแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา

 

อ้างอิง

www.cnbc.com/2019/09/08/these-ultra-luxe-tours-can-take-you-around-the-world-in-a-private-jet.html

www.businessinsider.com/top-destinations-billionaires-are-traveling-to-luxury-2019-3

Recent

อีคอมเมิร์ซยิ้มส่งนอกประหยัดได้มากขึ้น ePacket ขยายเพิ่ม 5 ประเทศปลายทาง

ไปรษณีย์ไทยดันต่อบริการน้องใหม่ ePacket ส่งพัสดุไปต่างประเทศราคาประหยัด เปิดเพิ่ม 5 ประเทศฮอตฮิต

‘ไปรษณีย์ไทย’ จับมือ ‘SME D Bank’ ติดปีกชุมชนเรียนออนไลน์ฟรี สร้างรายได้บน Thailandpostmart.com

เพื่อยกระดับผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ให้มีทักษะในการทำตลาดออนไลน์ มีช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์ม Thailandpostmart.com แถมต่อยอดเติมทุนดอกเบี้ยพิเศษหนุนธุรกิจเติบโต กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก

ท้าให้ลองตู้ภาครัฐอัจฉริยะในงาน “ไปรษณีย์ติดเครื่องชล”

ไปรษณีย์ไทยจับมือสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA ติดตั้งตู้ Smart Kiosk มาท้าให้ลองในงาน ”ไปรษณีย์ติดเครื่องชล” 9 – 13 ตุลาคมนี้ที่พัทยา เพื่อก้าวสู่เมืองอัจฉริยะในอนาคต

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี