Marketing Hub,

เทคนิคบริหารค่าจัดส่งสำหรับร้านค้าออนไลน์ ให้กำไรเพิ่มแต่ลดต้นทุน

เมื่อ ค่าขนส่ง กลายเป็นต้นทุนหลักอย่างหนึ่งของผู้ขายอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผู้ที่บริหารต้นทุนตรงนี้ได้ดีนอกจากเห็นผลกำไรแล้วอาจมัดใจผู้บริโภคให้ยอมจ่ายง่ายขึ้นย่อมได้

 

การขายสินค้าผ่าน e commerce ไม่ว่าจะขายผ่านแอปพลิเคชัน / เว็บไซต์ / ไลฟ์สด / IG หรือบนแพลตฟอร์มอื่น ที่ผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ได้เจอะเจอกันจริงๆ แต่เจอกันผ่านหน้าจอหรือการให้ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ นั้น สุดท้ายเมื่อมีการตกลงสั่งซื้อสินค้าจะไปถึงมือผู้รับได้ก็ต้องอาศัยการขนส่งเป็นผู้นำพาไปให้ในที่สุด

 

กล่าวคือ “ต้นทุนค่าขนส่ง” จึงเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายหลักอย่างหนึ่งที่ผู้ขายจะต้องจ่ายออกไปทุกครั้งเมื่อมีการขายเกิดขึ้น

(บทความนี้ขอเจาะลึกไปที่ต้นทุนค่าขนส่งเพียงอย่างเดียวก่อนโดยยังไม่วิเคราะห์ถึงค่าแพ็กเกจจิ้งหรือวัสดุหีบห่อที่มีวิธีการจัดการอื่นเพิ่มเติมอีก)

ทางเลือกในการจัดการต้นทุนค่าขนส่ง…
1 รับภาระต้นทุนค่าจัดส่งไว้เองทั้งหมดหรือบางส่วน
2. ให้ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง

1. รับภาระต้นทุนค่าจัดส่งไว้เอง
เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อที่ไม่ต้องคอยกังวลว่าราคาสินค้าที่เห็นบนแพลตฟอร์มต่างๆ นั้นยังต้องบวกค่าขนส่งเพิ่มเติมเข้าไปอีก แต่ลูกค้าจะจ่ายเพียงแค่ราคาสินค้าที่เห็นเป็นราคาสุทธิทำให้ลูกค้ามีความสะดวกในการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

แต่ในฟากผู้ขายที่ มีวิธีการจัดการในเรื่องต้นทุนค่าขนส่งอย่างดีอาจมีการบวกค่าจัดส่งเข้าไปในตัวสินค้านั้นอยู่แล้ว เช่น

 

ส่วนที่เกินมา 35 จากราคาหน้าร้าน ผู้ขายสามารถนำไปบริหารต้นทุนค่าจัดส่งได้ เช่น

หากสินค้าชิ้นนี้ ส่ง  ems.  ไปรษณีย์ ไทย 52 บาท
นั่นหมายถึง ผู้ขายจะต้องช่วยค่าขนส่งลูกค้าเพิ่มอีก 52-35= 17 บาท  ลดกำไรตัวเองเล็กน้อยแต่ลูกค้าได้รับสินค้าเร็วขึ้น  หรือ..

หากส่งแบบลงทะเบียน ค่าจัดส่งในน้ำหนักที่เท่ากันอาจเหลือเพียง 28 บาท นั่นคือผู้ขายได้ส่วนต่างที่ขายได้ราคามากขึ้นจากหน้าร้าน 35-28=7 บาท (แต่ลูกค้าได้สินค้าช้าลง 2-3 วัน)

 

 

ส่งแบบ ems.   67 บาท
ผู้ขายช่วยค่าขนส่งลูกค้าเพิ่ม 67-35= 32 บาท
ผู้ซื้อได้ของเร็ว
ผู้ขายได้กำไรน้อยลง 16 บาท/ชิ้น

ส่งลงทะเบียน   38 บาท
ผู้ขายช่วยค่าขนส่งลูกค้า 38-35 =3 บาท
ผู้ซื้อได้ของช้าลงเล็กน้อย
ผู้ขายได้กำไรน้อยลง 1.5 บาท/ชิ้น

 

 

 

 

2. ให้ลูกค้ารับภาระค่าจัดส่ง

วิธีนี้ผู้ขายมักจะตั้งราคาสินค้าไว้ในราคาต่ำหรือเท่ากับหน้าร้าน (ราคาสินค้าไม่รวมค่าจัดส่ง) เพื่อจูงใจลูกค้าให้เข้ามาคลิ๊กดูมากขึ้น กระทั่งเมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อ จึงจะได้เห็นว่ามีค่าขนส่งเพิ่มเติมจากราคาสินค้าทั้งหมดตามอัตราที่ทางร้านกำหนดไว้

เช่น

 

 

 

ข้อดี   ร้านค้าไม่มีต้นทุนค่าจัดส่งและอาจได้กำไรจากการขายเพิ่มเติมที่เกิดจากส่วนต่างค่าจัดส่งที่ได้รับจากลูกค้าเมื่อเทียบกับค่าจัดส่งที่ต้องจ่ายให้กับผู้ขนส่ง

ข้อเสีย   ลูกค้าที่ไม่ชอบการบวกค่าจัดส่งเพิ่มเติมจะไม่ทำการสั่งซื้อและเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่เกิดขึ้นจนอาจกลัวว่าจะมีค่าใช้อื่นๆ เพิ่มเติมอีกและอาจยกเลิกการสั่งซื้อได้

หากผู้ขายต้องการใช้วิธีผลักภาระค่าจัดส่งให้ผู้ซื้อทั้งหมด ควรจะต้องมีการแจ้งอัตราค่าจัดส่ง ประเภทการจัดส่ง (ลงทะเบียน/EMS/ ผู้ขนส่ง) ให้กับผู้ซื้อได้ทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนเพื่อให้ลูกค้าสามารถคำนวณค่าสินค้าและค่าจัดส่งทั้งหมดที่ต้องจ่ายเพื่อการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น ไม่ใช่ให้ลูกค้าทราบภายหลังว่ามีค่าจัดส่งอีกเท่าไหร่ในขณะที่กำลังจะยืนยันคำสั่งซื้อ เพราะอาจทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดได้ว่าผู้ขายไม่จริงใจหรือชัดเจนในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ

ทั้ง 2 แบบมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับการจัดการของผู้ขาย หากจัดการได้ดี จะเป็นตัวเพิ่มกำไรให้กับผู้ขายได้อีกทาง ตรงกันข้ามหากไม่บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพก็อาจทุนหายกำไรหดได้เช่นกัน

 

 

Recent

ไปรษณีย์ไทยส่งเทียนพรรษา 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ร่วมบุญวันพระใหญ่ ไปรษณีย์ไทยจัดเต็มส่งต้นเทียนพรรษาพร้อมชุดเทียนและเงินบริจาคไปยัง 77 วัดทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในเดือนนี้

มหกรรมส่งถูกส่งฟรี” 9-15 ต.ค. ฉลองใหญ่ 15 ปีไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทยจัดใหญ่ฉลอง 15 ปี เอาใจคนชอบส่งด้วยโปรแรง ส่งถูกส่งฟรี ส่งได้ทั่วไทยไปไกลทั่วโลก ภายในงานที่ระลึกวัน ไปรษณีย์โลก 9 -15 ต.ค.นี้ ที่ชั้น G สเปลล์แอทฟิวเจอร์พาร์ค

หนุนเต็มสูบอีคอมเมิร์ซไทยส่งของข้ามแดน

พลิกโฉมบริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ สู้ศึกตลาดบริการขนส่งพัสดุภัณฑ์รองรับอีคอมเมิร์ซข้ามแดน

Podcast

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

admin

Podcast PostConnex EP1 จากเภสัชกรสู่เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางร้อยล้าน Welpano