Marketing Hub,

เลือกกลุ่มเป้าหมายเฟซบุ๊กยังไง ให้ตรงกลุ่มสินค้าไม่เสียค่าโฆษณาฟรีๆ

การซื้อโฆษณาเฟซบุ๊กนั้นสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ 3 รูปแบบหลักๆ แต่ละหลักก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ก่อนจะตัดสินใจซื้อควรทำความรู้จักแต่ละแบบเพื่อให้การซื้อโฆษณาหวังผลได้ดีเต็มประสิทธิภาพที่ลงทุนไป

 

เรื่อง ลลิตา สันติวรรักษ์

 

 

การซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊กเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศไทยส่วนใหญ่เลือกใช้ในการทำการตลาด โดยการซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการส่งโฆษณาของเราให้ไปแสดงผลนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยทำให้การทำการตลาดประสบความสำเร็จ

โดยปกติแล้ว การเลือกกลุ่มเป้าหมายในการซื้อโฆษณาเฟซบุ๊กนั้น เราจะสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ 3 รูปแบบหลักๆ คือ รูปแบบแรก คือกลุ่มเป้าหมายแบบที่เลือกข้อมูลตาม อายุ, เพศ, ความสนใจ, พฤติกรรม ซึ่งการเลือกกลุ่มเป้าหมายรูปแบบนี้ เรามักเรียกกว่า Core Audience หรือ กลุ่มเป้าหมายหลัก

นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มเป้าหมายแบบที่เรียกว่า Custom Audience หรือ กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง โดยกลุ่มเป้าหมายรูปแบบนี้ สามารถเลือกได้จากฐานข้อมูลลูกค้าที่เคยเก็บรวบรวมไว้ คนที่เคยมีส่วนร่วมกับธุรกิจของเรา โดยสามารถเลือกแหล่งข้อมูลได้จากคนที่เคยเข้าเว็บไซต์, คนที่เคยดูวิดีโอบนแฟนเพจ หรือคนที่เคยมีส่วนร่วมบนแฟนเพจของเรา เป็นต้น

 

และกลุ่มเป้าหมายรูปแบบสุดท้าย คือแบบที่เรียกว่า Look A Like Audience หรือกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน โดย Look A Like Audience จะทำหน้าที่หากลูกค้าใหม่ให้กับธุรกิจ จากข้อมูลที่มาจาก Custom Audience โดยกลุ่มลูกค้าใหม่นี้จะมีข้อมูลทางด้านประชากรศาสตร์, พฤติกรรม, ความสนใจคล้ายคลึงกันกับกลุ่มลูกค้าเดิมของเรานั่นเอง

 

ข้อดีข้อเสียของการเลือกกลุ่มเป้าหมายแต่ละแบบ

คราวนี้ลองย้อนกลับมาดูกันว่า ในธุรกิจของเรา ใช้การเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบไหนในการซื้อโฆษณา ถ้าหากเราเลือกใช้แบบ Core Audience ข้อดีคือ เราสามารถนำเสนอสินค้าและบริการไปยังกลุ่มคนได้ค่อนข้างกว้าง ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ, ความสนใจ และพฤติกรรมที่เลือก ดังนั้น หากเราต้องการเผยแพร่แบรนด์ หรือนำเสนอสินค้า-บริการให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย การเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบ Core Audience ก็น่าจะตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี

 

ตัดภาพกลับมาดู กลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience กันบ้าง สำหรับกลุ่มเป้าหมายนี้ บางครั้งเราก็มักจะเรียกการใช้งานกลุ่มเป้าหมายนี้ว่า การทำ Retargeting หมายถึงการส่งโฆษณาของเราไปยังคนกลุ่มเดิมที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของเรามาก่อน

โดยกลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience นี้มีจุดเด่นตรงที่ เราสามารถนำเสนอสินค้าหรือบริการของเราส่งตรงไปยังกลุ่มคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของเราได้โดยตรง ดังนั้น โอกาสที่จะก่อให้เกิดการขาย การซื้อสินค้า-บริการมาใช้ซ้ำ ก็มักจะเกิดตามมาด้วยเช่นกัน

และสุดท้าย กลุ่มเป้าหมายแบบ Look A Like Audience นี้ เหมาะสำหรับการค้นหาลูกค้าใหม่ๆ ที่มีอายุ, เพศ, พฤติกรรม, ความสนใจ ที่คล้ายกับกลุ่มคนที่เคยเป็นลูกค้าของเราอยู่แล้ว แต่การเลือกใช้กลุ่มเป้าหมายแบบ Look A Like Audience นี้ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง (Custom Audience) ในการค้นหาความคล้ายคลึงกัน โดยสามารถเลือกเปอร์เซ็นต์ความคล้ายคลึงได้ตั้งแต่ 1 – 10% ซึ่ง 1% หมายถึง มีความคล้ายคลึงมากที่สุด

Recent

คลังความรู้แห่งใหม่ PostConnex คู่มือนักธุรกิจออนไลน์ ไปรษณีย์ไทยอัปเดตส่งตรงถืงมือทุกวัน

ในยุคที่ Content is a King ไปรษณีย์ไทยส่ง PostConnex เว็บไซต์อัดแน่นด้วยเนื้อหาทุกรูปแบบทั้งคอนเทนต์ อินโฟกราฟิก วิดีโอ และ Podcast เสริมองค์ความรู้การทำธุรกิจทุกมิติ ที่คนทำธุรกิจออนไลน์ต้องไม่พลาด

5 STEPS เช็คเลขพัสดุไปรษณีย์ง่ายๆ ผ่าน LINE รู้ผลทันที

ไปรษณีย์ไทย เพิ่มช่องทางใหม่ในการเช็คหมายเลขพัสดุไปรษณีย์ได้ง่ายขึ้น เพื่อเอาใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รวมทั้งผู้ซื้อให้สามารถติดตามสถานะพัสดุได้อย่างง่ายผ่านมือถือผ่านแอปพลิเคชัน LINE

แกะกล่องสินค้าเกษตร “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” กับ “ลำไยอบกึ่งแห้ง ละพูน” นวัตกรรมครั้งแรกในไทย หนุน “ชาวสวนล...

ปณท จับมือกับ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สู่การปลดล็อคปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ผ่านผลิตภัณฑ์ “ลำไยอบกึ่งแห้งสีทอง ละพูน” ภายใต้แบรนด์ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข”

Podcast

admin

Podcast PostConnex EP1 จากเภสัชกรสู่เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางร้อยล้าน Welpano

admin

Podcast PostConnex EP4: ฟังวิธีขายของในกรุ๊ปให้ปัง จากเพจดังนังนู๋ใบชา เฟซบุ๊กกรุ๊ปใหญ่ระดับเอเชีย

admin

Podcast PostConnex EP:6 บุกอีคอมเมิร์ซจีนยังไงให้ยอดขายกระจาย สร้างรายได้ด้วยโซเชียลฉบับละเอียดยิบ