Marketing Hub,

แจ้งเกิดธุรกิจให้ติดดาว ต้องก้าวให้ทัน e-Commerce

การซื้อของออนไลน์หรือการทำ e-Commerce กลายเป็นกิจกรรม Top 5 ในการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย โดยตัวเลขของผู้ซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์นั้นสูงถึง 51.3%

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกในขณะนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของดิจิทัล เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ต ผลักดันให้การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ หรือ ธุรกิจ e-Commerce เติบโตมากขึ้นทุกขณะ จากรายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2561; Value of e-Commerce Survey in Thailand 2018 ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ชี้ให้เห็นว่า มูลค่า e-Commerce ในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 3,150,232.96 ล้านบาท ในปี 2561 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 14.04% จาก 2,762,503.22 ล้านบาท ในปี 2560

จากการสำรวจของ ETDA ตลอดระยะเวลา 5 ปี ยังพบอีกว่า อัตราการเติบโตมูลค่า e-Commerce ของประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้นในอนาคต เมื่อพิจารณามูลค่า e-Commerce ปี 2561 พบว่า ส่วนใหญ่เป็นมูลค่า e-Commerce แบบ B2B จำนวน 1,712,484.33 ล้านบาท หรือคิดเป็น 54.36% ของมูลค่า e-Commerce รองลงมาคือ มูลค่า e-Commerce แบบ B2C จำนวน 865,456.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 27.47% และมูลค่า e-Commerce แบบ B2G จำนวน 572,291.63 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.17%

ในขณะที่การคาดการณ์อัตราการเติบโตของมูลค่า e-Commerce ปี 2561 เมื่อเทียบกับปี 2560 พบว่า มูลค่าการคาดการณ์ e-Commerce แบบ B2B ของปี 2561 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 13.55% ส่วนมูลค่าการคาดการณ์ e-Commerce แบบ B2C ของปี 2561 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 14.04% และมูลค่าการคาดการณ์ e-Commerce แบบ B2G ของปี 2561 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 15.50% ตามลำดับ

 

5 ช่องทางขายสินค้าออนไลน์ยอดนิยม

โดยช่องทางการตลาดออนไลน์ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ใช้ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ ที่มี Return on Investment (ROI) และสร้างยอดขายมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ได้แก่ Facebook (30.61%), Google Ads/YouTube Ads (29.93%), LINE (14.29%), Ads Network/ Banner (13.61%) และ Vertical Search เช่น Price Comparison (7.48%)

“จากตัวเลขที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า การทำธุรกิจ e-Commerce เป็นอีกช่องทางที่สามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SME และการที่อยู่ในยุค 4.0 หรือ ยุคที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง จะเข้ามาช่วยให้ผู้ประกอบการทำงานได้เร็วขึ้น และมีความสะดวกสบายในการทำธุรกิจและการติดต่อสื่อสารไปยังผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งการใช้เทคโนโลยีต่างๆ จะช่วยให้คนค้าขายประหยัดทรัพยากรมนุษย์และเวลาในการทำผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ เรียกว่าทำน้อยแต่ได้มากนั่นเอง” อุษณิษา คุณเอกอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กล่าว

นอกจากนี้ รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561 ของทาง ETDA ยังพบว่า การซื้อของออนไลน์หรือการทำ e-Commerce ยังคงติดอันดับ 1 ใน 5 ของกิจกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย โดยตัวเลขของผู้ซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์นั้นอยู่ที่ 51.3% ขยับจาก 50.8% ในปี 2560 โดยคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 3 ชั่วโมง 30 นาที จากปี 2560

 

เมื่อจำแนกจำนวนชั่วโมงการใช้งานอินเทอร์เน็ตในวันทำงานตามรายเจเนอเรชั่น พบว่า คนยุค Baby Boomer ใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ชั่วโมง 21 นาทีต่อวัน ในขณะที่ Gen X ใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 8 ชั่วโมง 25 นาทีต่อวัน ส่วน Gen Y และ Gen Z ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในยุคที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลายนั้น มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 10 ชั่วโมง 22 นาทีต่อวัน

“กว่า 70% ของประชากรไทยเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และด้วยพฤติกรรมของคนในปัจจุบันที่ใช้เวลาอยู่กับการท่องโลกออนไลน์เช่นนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางการทำตลาดที่ดี ซึ่งผู้ประกอบการควรจะต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของตัวเองนั้นเป็นใคร และนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ประเภทใดในชีวิตประจำวัน เพื่อที่จะได้เลือกใช้ช่องทางการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มนั้น เช่น ถ้าลูกค้าเป็นกลุ่มวัยรุ่น ช่องทางที่ควรใช้คือ Twitter หรือถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอายุขึ้นมาหน่อย ควรทำการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Facebook หรือ LINE เป็นต้น” อุษณิษา กล่าวเพิ่มเติม

และเพื่อที่จะก้าวเข้ามาเป็นนักธุรกิจออนไลน์ที่ดีนั้น มี Checklist อยู่ 4 ข้อ ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม …

1. ทำการยืนยันตัวตนว่ามีอยู่จริง จดทะเบียนต่างๆ ให้ครบถ้วน มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
2. ต้องอธิบายสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแก่ลูกค้า โดยให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน เงื่อนไขที่กำหนดต่างๆ ต้องชัดเจน
3. ใส่ใจความปลอดภัย โดยการดูแลรักษาข้อมูลของลูกค้า การชำระเงินสามารถตรวจสอบได้ และมีระบบติดตามการจัดส่งสินค้าที่สะดวกและใช้งานง่าย
4. มีบริการหลังการขาย และยินดีคืนเงินเต็มจำนวนในกรณีที่สมเหตุสมผล

Recent

“ไปรษณีย์ติดเครื่องชล” ปรับตัวสู้ศึก ใช้นวัตกรรมรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

นอกจากเทคโนโลยีที่มาป่วนให้จำนวนการส่งจดหมายและโทรเลขค่อยๆ สูญหาย แต่องค์กรเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 136 ปี ไม่ยอมถอดใจ ปรับตัวเดินหน้านำนวัตกรรมเทคโนโลยีสู้ศึกกับคลื่นยักษ์ พร้อมหนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ อีอีซี ให้โตไปด้วยกัน

เปิดมิติใหม่ช้อปออนไลน์เพื่อคนไทย

ไปรษณีย์ไทยผนึกกำลังกับ บีอีซี-เทโร เปิดตัวอี-มาร์เก็ตเพลส ระดับชาติ thailandpostmart.com

ไปรษณีย์เพิ่มจุดส่งด่วนหนังสือในงานบุ๊กเอ็กซโป เติมความสะดวก “จ่าหน้าจากบ้านพิมพ์ฟรีที่งาน”

ฟีเจอร์สุดล้ำคีย์จ่าหน้าล่วงหน้าทางออนไลน์ด้วยระบบ POSTONE พิมพ์ฟรีในงานมหกรรมหนังสือ

Podcast

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี