Marketing Hub,

9 เทคนิคยิงแอดเฟซบุ๊ก ปลุกยอดขายได้ตามเป้า

แม้การโฆษณา ”เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง” แต่ผลตอบรับกลับไม่เป็นดังคาด ประเด็นจึงไม่ใช่แค่การเลือกกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่ข้อความหรือคอนเทนต์ในโฆษณาต่างหาก ที่เป็นตัวตัดสินที่สะท้อนกลับมาผ่านยอดขายว่าคุณเข้าใจพวกเขาจริงหรือไม่

โดย ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช

ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล และอีคอมเมิร์ซ

 

 

จากเท่าที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับการทำโฆษณาออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าใจ และใช้เครื่องมือโฆษณากันได้พอสมควรแล้ว ตั้งแต่พื้นฐานการเลือกกลุ่มเป้าหมายไปจนถึงการทำโฆษณาซ้ำไปหากลุ่มเป้าหมายที่มีเอนเกจเมนต์ (Facebook Remarketing) อย่างไรก็ตาม แม้โฆษณาถูกนำส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ ”เลือกไว้” อย่างถูกต้อง แต่ผลตอบรับกลับไม่เป็นดังคาด แล้วปัญหาคืออะไร? (อีกล่ะ)

ในสภาพการแข่งขันธุรกิจในปัจจุบัน สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์เป็น ก็คือ การรู้จัก และเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย หรือ Target Audience อย่างลึกซึ้ง ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่แค่การที่โฆษณาของคุณได้รับการนำส่งไปยังพวกเขาเท่านั้น แต่เมสเสจ หรือคอนเทนต์ที่อยู่ในโฆษณาต่างหาก ที่เป็นตัวตัดสินว่า คุณเข้าใจพวกเขาจริง หรือไม่ โดยผลลัพธ์วัดได้จากยอดขาย

 

พูดง่ายๆ ก็คือ ข้อความโฆษณา หรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ปรากฎในโฆษณา ยังคงเป็นหลักสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกสินค้าของคุณ นักการตลาดสายคอนเทนต์จะวัดผลสำเร็จของข้อความ (รวมถึงภาพ) โฆษณาของแคมเปญจ์ที่ยิงออกไปด้วยตัวชี้วัดตามลำดับดังนี้ การได้มาซึ่งลูกค้าที่สนใจจะซื้อสินค้า (leads) ยอดคลิก (clicks) ยอดแชร์ (shares) คอมเมนต์ (comments) ไลค์ (Likes) และยอดวิว (impressions) จะสังเกตว่า ผลลัพธ์ของแคมเปญจ์ที่ต้องการเป็นเรื่องของการสร้างยอดขายไล่ลงมาจนถึงการสร้างแบรนด์ ดังนั้นการพัฒนาข้อความโฆษณาจึงต้องตระหนักถึงตัววัดเหล่านี้ และเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างสรรค์ข้อความโฆษณาที่ตอบโจทย์ได้ง่ายขึ้น ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กันดูครับ

 

 

  1. ยิ่งเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย โอกาสสร้างยอดขายยิ่งมากขึ้น

ข้อความโฆษณา หรือก็อปปี้ที่ขายของได้ ต้องมาจากก้นบึ้งของความต้องการกลุ่มเป้าหมาย วิธีคิดของพวกเขา ปัญหาที่ค้างคาใจ ลูกค้า Nike ลึกๆ แล้วคงต้องการให้คนอื่นเห็นว่า พวกเขาเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการลงมือทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ คว้าชัยชนะ ไม่ใช่แค่การมีรสนิยม แฟชั่น หรือแค่มีรองเท้าผ้าใบใส่เท่านั้น ข้อความ หรือภาพโฆษณาที่กระตุ้นความรู้สึกกลุ่มเป้าหมายได้ หากพ่วงด้วยข้อเสนอที่น่าสนใจ ก็ยิ่งจะทำให้พวกเขาตัดสินใจได้ไม่ยากเลย …ว่าแต่ กลุ่มเป้าหมายของคุณมีความต้องการลึกๆ อะไรที่คิดเหมือนแบรนด์ของคุณ (relevance) จงนำเสนอก๊อปปี้นั้นออกไป กรณีโฆษณาเฟซบุ๊กที่เพิ่มยอดขายได้ จะต้องประกอบด้วย การเลือกกลุ่มเป้าหมาย ภาพโฆษณา ข้อเสนอ ตำแหน่งโฆษณา และความยาวของก๊อปปี้

 

  1. จะขายของ ก็ต้องบอกให้ลูกค้ารู้ (พวกเขาจะได้ซื้อ)

เชื่อเถอะว่า แล้วคุณจะไม่เสียใจที่ได้บอกพวกเขา การใส่ข้อความ ภาพ ปุ่มต่างๆ ที่กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายดำเนินการอะไรบางอย่าง (Call-To-Action, CTA) โดยบอกกล่าวเป้าประสงค์ที่ชัดเจนว่า ทำตามแล้วได้อะไร คลิกแล้วเกิดอะไรขึ้น ไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสแทรฟฟิกให้เว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังมีโอกาสเพิ่มยอดขายได้ด้วย โดยเฉพาะการคำถามในก็อปปี้ที่ลูกค้าตอบว่า “ใช่” เช่น “คลิกรับคูปองส่วนลด” เป็นต้น ยิ่ง CTA เคลียร์คัท ชัดเจน อ่านเข้าใจง่ายมากเท่าไร โอกาสที่เฟซบุ๊กแอดฯ ของคุณจะสร้างยอดขายให้ได้ ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

 

  1. คอนเทนต์โฆษณาต้องแยกระหว่างลูกค้าเก่ากับใหม่

ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าไปใช้แล้ว กับลูกค้าใหม่ คงไม่ต้องบอกว่า กลุ่มไหนที่มีโอกาสซื้อสินค้าของคุณมากกว่ากันนะครับ ขณะเดียวกัน ข้อความโฆษณาที่ใช้กับสองกลุ่มนี้ ก็ไม่ควรเหมือนกันด้วย กลุ่มที่เคยซื้อใช้ไปแล้ว เหตุผลอะไรที่น่าจะทำให้พวกเขาซื้อซ้ำ และข้อเสนออะไรที่จะทำให้ลูกค้าใหม่กล้าตัดสินใจเลือกสินค้าของคุณใช้เป็นครั้งแรก นั่นคือ สิ่งที่ต้องอยู่ในข้อความโฆษณาเฟซบุ๊กของคุณ

 

  1. เพิ่มอารมณ์ให้ข้อความโฆษณาด้วยอิโมจิ

น้อยนิดมหาศาล คือ นิยามของเทคนิคนี้ และถึงแม้อิโมจิจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใส่มันเข้าไปเยอะแยะมากมายนะครับ ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า ที่ใส่อิโมจิเข้าไปนั้นต้องการสื่อถึงอะไร อารมณ์ไหน เข้าใจอย่างไร เช่น การใส่ “เครื่องหมายถูกต้อง” หน้าข้อเสนอต่างๆ ที่ลูกค้าได้อ่าน จะเป็นกระตุ้นให้พวกเขาพูดคำว่า “ถูกแล้ว ใช่แล้ว yes” ในสมองตั้งแต่ต้น ถ้าข้อเสนอที่อ่านตาม “โดนใจ” ใช่อีกล่ะก็ โอกาสที่จะคลิกไปดูต่อ สั่งซื้อ สั่งจอง ลองเป็นสมาชิก มีโอกาสเกิดได้ง่ายขึ้น (มันเหมือนตอกย้ำความเชื่อได้สองครั้งจากภาพ และข้อความ) พึงระลึกว่า ภาพสื่อสารได้เร็วกว่าตัวหนังสือ 60,000 เท่า

 

  1. ตอกย้ำจุดที่กลุ่มเป้าหมายรู้สึกเจ็บปวด (หรือแย่) ที่สุด

ข้อความและภาพที่ปรากฏในโฆษณาเฟซบุ๊ก ควรจะเน้นที่ปัญหาใหญ่ที่สุด หรือความรู้สึกที่แย่ที่สุดที่เกิดขึ้นกับลูกค้าเท่านั้น จะเรียกว่าใช้หมัดฮุคไปที่จุดเจ็บที่สุด ให้ลูกค้าน็อคเอาท์ก็ว่าได้ แค่จุดเดียวก็พอแล้ว หากคุณมั่นใจว่า นั่นคือ ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ลูกค้าไม่อาจรับได้ แล้วคุณตอบโจทย์ แก้ปัญหานั้นได้จริง หมดเวลาใช้หมัดแย็บ หรือปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมด เพราะโดยพื้นฐานลูกค้าออนไลน์ใจร้อน ต้องการคำตอบที่ตรงประเด็น

 

  1. ข้อความสั้นๆ แต่โดน

นอกจากต้องเน้นย้ำปัญหาใหญ่แล้ว ข้อความที่ใช้ควรเขียนให้สั้นกระชับ ซึ่งตามหลักจิตวิทยา ข้อความสั้นกระชับที่ความหมายชัดเจน มีพลังกว่า ข้อความยาวๆ หลายบรรทัด แต่อ่านจบแล้วไม่เข้าใจ สูตรการเขียนข้อความฉบับคลาสสิก เช่น แบรนด์ – มันคืออะไร (ประเภทสินค้า หรือบริการ) – คุณค่า/ข้อเสนอ – เพื่อใคร (กลุ่มเป้าหมายหลัก) ตัวอย่างเช่น “แอร์เอเชีย บินคุ้มคุณภาพครบ ใครๆ ก็บินได้”, “ธนาคารกรุงไทย เงินกำลังจะหมุนไป ให้ชุมชน”, “เมืองไทยประกันชีวิต บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย”, “ลอรีอัล ปารีส คุณค่าที่คุณคู่ควร” เป็นต้น

 

  1. โพสต์คำถาม…ให้กลุ่มเป้าหมายตอบ

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้น การทักทาย ถามไถ่ หรือการให้ความสนใจในประเด็นที่เป็นคำถาม มักจะสะดุดนิ้วเสมอ แม้แต่ข้อความที่เป็นคำถามบนแบ็คกราวด์สีพื้นธรรมดาๆ โดยเฉพาะคำถามที่ตรงกับปัญหา หรือความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมาย ทำไม…คุณต้องใช้…(แบรนด์, สินค้า, บริการ)? ก็อปปี้ที่ตามมาต้องตอบโจทย์ และให้วิธีการที่ชัดเจน สุดท้ายอย่าลืมข้อเสนอที่จะทำให้พวกเขาเลือกใช้คำตอบที่เสนอด้วยล่ะ

 

  1. เลือกใช้ภาพที่เห็นเป็นต้องมอง

ให้เฉพาะเจาะจงลงไปกว่านั้นว่าเป็นภาพอะไรดี ถ้าเป็นสินค้าที่ลูกค้ารู้จักดีแล้ว ก็เลือกมุมที่ดูสวย ดูดี ดูแพง แต่ถ้าเป็นสินค้าใหม่ การมีภาพผู้บริโภค (ที่ดูสวย ดูดี) กำลังใช้สินค้าอย่างมีความสุข จะช่วยให้โฆษณาสะดุดนิ้วได้ดีกว่า เพราะโดยพื้นฐาน มนุษย์ชอบมองภาพมนุษย์ด้วยกันเองมากที่สุด ประเด็นสำคัญนอกเหนือจากภาพสวยคือ ต้องกระตุ้นอารมณ์ (ตื่นเต้น ตกใจ ยิ่งใหญ่ อลังการ งานดี แลมีคุณค่า ฯลฯ) ให้เกิดขึ้นเมื่อเห็นภาพ ภาพที่ดึงดูดสายได้เร็วกับก็อปปี้สั้นๆ เข้าใจง่าย ช่วยขายสินค้าได้ดีที่สุด

 

  1. ลูกค้าเชื่อกันเองมากกว่าคุณบอก

เทคนิคสุดท้ายในการเขียนโฆษณาเฟซบุ๊กให้ขายของได้ ก็คือ การสร้างความเชื่อผ่านคำบอกเล่าของลูกค้าตัวจริง (ขายตรงชอบใช้) โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ใช่เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก หรือเพิ่งเปิดตัว การเพิ่มคำชื่นชมของลูกค้าเข้าไปในข้อความโฆษณา จะช่วยสร้างความเชื่อได้ “9 ใน 10 ของผู้หญิง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า… คือ…ที่ดีที่สุดสำหรับเส้นผม” เป็นต้น

 

ถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านที่ทำโฆษณาเฟซบุ๊กเป็นแล้ว แต่ยอดขายยังไม่ปัง ลองนำเทคนิคเหล่านี่ไปประยุกต์ใช้กันดูแล้ว พบกันใหม่ สวัสดีครับ

 

 

 

Recent

ไปรษณีย์ไทย ชูบริการ “ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้วันรุ่งขึ้น” ตอบโจทย์ยุค e-Commerce รุ่ง

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพิ่มศักยภาพการขนส่งให้มีความสะดวกรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ด้วยบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ “ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้วันรุ่งขึ้น” พร้อมทั้งขยายเวลาการให้บริการเป็น “ไปรษณีย์ 24 ชั่วโมง 365 วัน”

“คูเรียร์โพสต์”เพิ่มจุดบริการ 318 แห่งทั่วไทย ต่ออายุโปรโมชั่นยันสิ้นปีรับเทศกาลส่งความสุข

ไปรษณีย์ไทยลุยต่อ “คูเรียร์โพสต์” พร้อมขยายเวลาโปรพิเศษ 200 บาท ทุกชิ้นประเภทกล่อง ถึง 31 ธ.ค. ศกนี้

“อีโคโพสต์” ขนส่ง Gen ใหม่จากไปรษณีย์ไทย ประหยัด คุ้มกว่าเก่า ได้ใจแม่ค้าออนไลน์

“ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าเอาใจลูกค้า ให้บริการขนส่งสายพันธุ์ใหม่ “อีโคโพสต์” (eCoPost) ชูจุดเด่น 3 ประการ เพิ่มน้ำหนักของที่ส่งได้มากถึง 10 กิโลกรัม พร้อมเติมความคุ้มครองสูงถึง 1,500 บาทต่อชิ้น ในราคาประหยัด”

Podcast

คุณสุภกฤษ กุลชาติวิจิตร เจ้าของเพจ "รู้รอบตอบโจทย์ธุรกิจ"

Podcast PostConnex EP:23 ถอดรหัสการ Live ขายของเพิ่มยอดเป็นเท่าตัวจากสูตร Taobao University

เภสัชกรหญิง ณพนรี วัฒนศิริเวช เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง Welpano

Podcast PostConnex EP1 จากเภสัชกรสู่เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางร้อยล้าน Welpano

คุณมลฤดี ทีบุญมา เจ้าของเพจ Kokoro Pre-order Japan

Podcast PostConnex EP:22 PRE-ORDER สินค้าญี่ปุ่นยังไงเปลี่ยนทุนหลักร้อยเป็นหลักล้าน