Ecom Way, Post News,

การเดินทางของปลากัดผ่านไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์ตลาดสัตว์น้ำออนไลน์ที่ขยายตัวสูง

หลังผ่านมติครม. ให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ส่งผลให้ธุรกิจปลากัดบูม ไปรษณีย์ไทยอาสาเป็นสะพานเชื่อมต่อธุรกิจเพิ่มความสะดวกขยายจุดบริการส่งปลากัดรวม 202 แห่งทั่วทุกภาค ย้ำส่งง่ายถึงไวได้มาตรฐาน คุ้มครองสูงสุด 2,000 บาท

 

หลังจาก คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ ‘ปลากัดไทย’ เป็นสัตว์น้ำประจำชาติเนื่องจากมีความโดดเด่นใน 3 ด้าน คือ หนึ่ง ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ ‘ปลากัด’ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติแล้ว สอง ด้านความเป็นเจ้าของ และความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สะท้อนผ่านชื่อ “Siamese Fighting Fish” หรือ “Siamese Betta” ว่า ปลากัดไทยนั้นมีต้นกำเนิดมาจากไทย และ สาม ด้านประโยชน์ใช้สอย โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยง และการสร้างนวัตกรรมด้านการเพาะพันธุ์ ซึ่งนำไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จึงทำให้ปัจจุบันตลาดปลากัดเติบโตขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก

 

ทั้งนี้ปลากัดสวยงามของไทยคิดเป็นสัตว์น้ำสวยงามที่มีการส่งออกมากที่สุด โดยมียอดการส่งออกถึง 22.8 ล้านตัว มูลค่าสูงถึงประมาณ 180 ล้านบาท  คิดเป็นมูลค่า 22.16 ของปริมาณการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามของไทยในปี 2561

 

 

ไปรษณีย์ไทยเพิ่มจุดส่งปลากัดเป็น 202 แห่งครบทุกภาค

นอกจากความสวยงามของปลากัดไทยแล้ว ยังมีความเชื่อว่าปลากัดเป็นการช่วยเสริมบารมี โชคลาภ หรือ เสริมฮวงจุ้ย ทำให้ชาวต่างชาตินิยมซื้อปลากัดสวยงามของไทย กอปรกับการประกาศว่า ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ส่งผลให้ธุรกิจปลากัดในบ้านเราเฟื่องฟูเป็นเท่าตัว

            จากเดิมปลากัดส่งขายได้แค่ตัวละไม่กี่บาท แต่เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถเพาะพันธุ์เพิ่มมูลค่าให้แก่ปลากัดจนทำราคาเพิ่มขึ้นได้จนถึงหลักร้อยบาท กอปรกับกระแสการใช้ดิจิทัลเข้ามาต่อยอดการทำธุรกิจ ส่งผลให้ผู้เลี้ยงปลากัดสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการโปรโมตปลากัดของตนเองได้ เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายเจอกันผ่านโลกออนไลน์ ความต้องการขนส่งปลากัดจึงเพิ่มมากขึ้น

 

 

ไปรษณีย์ไทยจึงเข้าเป็นสะพานเชื่อมกลางระหว่างผู้ค้าปลากัดและผู้ซื้อเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจสัตว์น้ำสวยงาม โดยเริ่มต้นนำร่องรับส่งปลากัดด้วยระบบขนส่งพิเศษ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าปลากัดจะถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย ไร้กังวล  ด้วยระบบขนส่งพิเศษที่รองรับการส่งปลากัดโดยเฉพาะ ซึ่งจะเน้นการปลอดภัยเป็นหลัก จะมีพนักงานแยกส่งไม่รวมกับการขนส่งพัสดุอื่น ๆ โดยไปรษณีย์ไทย ได้นำร่องให้บริการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 124 แห่ง ล่าสุดได้ขยายจุดบริการส่งปลากัดเพิ่มอีกเกือบ 60 แห่ง รวม 202 แห่งทั่วทุกภาค ย้ำส่งง่ายถึงไวได้มาตรฐาน คุ้มครองสูงสุด 2,000 บาท

วิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายการบริหารลูกค้า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทยขยายจุดบริการส่งปลากัดเพิ่มอีกเกือบ 60 แห่ง รวมเป็น 202 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งเพาะพันธุ์สำคัญ เช่น ปากน้ำ พนัสนิคม ปากพลี จอมทอง นครชัยศรี กระทุ่มแบน อัมพวา บางสะพาน เขาหลัก หาดใหญ่ คำเขื่อนแก้ว เป็นต้น

ทั้งนี้การบริการจัดส่งปลากัดจะใช้ระบบขนส่งพิเศษที่แยกต่างหากจากบริการปกติ ลำเลียงด้วยกล่องพลาสติกชนิดแข็งที่มีฝาปิดแน่นหนากันการกระแทก โดยผู้ใช้บริการต้องบรรจุปลากัดด้วยวิธีการที่ถูกต้องลงในกล่อง 4Commerce ของไปรษณีย์ไทยเท่านั้น ซึ่งมีให้เลือก 4 ขนาด หากส่งในพื้นที่เดียวกันจะใช้เวลา 1 วันเท่านั้น ส่วนขนส่งต่างพื้นที่จะใช้เวลา 3 วัน รับประกันความเสียหายหรือสูญหายตามมูลค่าจริง สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ผู้ใช้บริการต้องขึ้นทะเบียนกับกรมประมง หรือขอลงทะเบียนได้ ณ จุดให้บริการ พร้อมยืนยันการใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น Wallet@Post แสดงตนและผนึกสติกเกอร์สัญลักษณ์ปลากัดบนกล่องทุกครั้งก่อนส่ง โดยขอรับได้ ณ จุดให้บริการทั้ง 202 แห่งทั่วประเทศ

 

  • ขั้นตอนต้องรู้ในการขนส่งปลากัด 

หากคุณสนใจการขนส่งปลากัด ต้องมีการขึ้นทะเบียนกับกรมประมง จากนั้นสามารถยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น Wallet@Post และแสดงตัวตนก่อนส่งปลากัด ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั้ง 202 แห่ง โดยขั้นตอนการขนส่งปลากัดมีดังนี้

  1. ขึ้นทะเบียนปลากัดและดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Wallet@Post เพื่อใช้แสดงตน
  2. หลังจากนั้นคุณสามารถซื้อกล่องใส่ปลากัดได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ทั้ง 202 แห่ง ซึ่งจะเป็นกล่อง 4commerce พร้อมรับสติกเกอร์ขนส่งปลากัด
  3. วิธีการแพ็คปลากัดให้แน่นหนา เริ่มจากการนำปลากัดใส่ในถุง 2 ชั้น จากนั้นห่อกระดาษรอบถุง พรมน้ำให้ชื้นเพื่อรักษาอุณหภูมิและแพ็คด้วยถุงใหญ่กว่าอีก 1 ชั้น เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
  4. ห่อถุงปลาด้วยพลาสติกกันกระแทกเพื่อให้พอดีกับขนาดกล่อง ถุงปลากัดจะได้ไม่ขยับเขยื้อนระหว่างการขนส่ง
  5. จากนั้นจ่าหน้ากล่องทั้งชื่อผู้ส่งและชื่อผู้รับ อย่าลืมติดสติกเกอร์ส่งปลากัดให้มองเห็นชัดเจน
  6. นำไปฝากส่งได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั้ง 124 แห่งพร้อมแสดงตัวตนที่ยืนยันการใช้บริการบนแอปพลิเคชั่น Wallet@Post
  7. หลังจากนั้นกล่องปลากัดของคุณก็จะถูกนำเข้าสู่ระบบเพื่อส่งต่อให้แก่ผู้รับภายใน 1-3 วัน

 

สำหรับราคาค่าส่งปลากัดจะคิดตามน้ำหนัก เริ่มต้น 42 บาท

  • น้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม 42 บาท
  • น้ำหนักไม่เกิน 500 กรัม 52 บาท
  • น้ำหนักไม่เกิน 1,000 กรัม 67 บาท
  • น้ำหนักไม่เกิน 1,500 กรัม 82 บาท
  • น้ำหนักไม่เกิน 2,000 กรัม 97 บาท
  • น้ำหนักไม่เกิน 2,500 กรัม 122 บาท
  • น้ำหนักไม่เกิน 3,000 กรัม 137 บาท

ตลาดสัตว์น้ำสวยงามโดยเฉพาะปลากัดเป็นตลาดที่มีศักยภาพและน่าจับตามอง โดยการขนส่งปลากัดเป็นการนำร่องจากไปรษณีย์ไทยเพื่อส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการไทยผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามให้มีช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งในตอนนี้ผู้ค้าปลากัดสามารถรับส่งปลากัดได้ที่ทำการไปรษณีย์ 202 แห่งทั่วประเทศ

 

และจะมีการขยายเพิ่มต่อไปเพื่อให้ครอบคลุมในหลากหลายพื้นที่มากยิ่งขึ้น ด้วยบริการพิเศษจากไปรษณีย์ไทยพร้อมทั้งการระบบขนส่งที่พัฒนาเพื่อสัตว์น้ำสวยงามโดยเฉพาะก็ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้เลยว่าปลากัดจะถึงมือผู้รับได้อย่างปลอดภัย และไร้กังวล

 

 

 

Recent

อีคอมเมิร์ซยิ้มส่งนอกประหยัดได้มากขึ้น ePacket ขยายเพิ่ม 5 ประเทศปลายทาง

ไปรษณีย์ไทยดันต่อบริการน้องใหม่ ePacket ส่งพัสดุไปต่างประเทศราคาประหยัด เปิดเพิ่ม 5 ประเทศฮอตฮิต

5 Steps กู้เงินลงทุนออนไลน์ ไม่ต้องยื่นเอกสาร ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน

สินเชื่อออนไลน์เพื่อผู้ขายที่ใช้ COD ของไปรษณีย์ไทย เพิ่มโอกาสทางการขาย เตรียมสต๊อกให้พร้อมอยู่เสมอ

ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด! บริการ COD จากไปรษณีย์ไทย รับ-โอนเงินง่ายผ่านแอปฯ

จะเห็นได้ว่าผู้คนยุคใหม่ไม่ค่อยถือเงินสด และหันมาทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking แม้แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ยังมีบริการกดเงินสดได้ไม่ต้องใช้บัตร ATM เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดกันอย่างเต็มตัวในอีกไม่ช้า

Podcast

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี