Marketing Hub, Post News,

5 การตลาดต้องมี ถ้าจะขายของออนไลน์ยุค 2020

หมดยุคที่นำข้อมูลเรื่องอายุ เพศ มาใช้ทำการตลาดในปัจจุบันแล้ว เพราะยุคนี้ถ้าข้อมูลแตะไม่ลึกไม่ถึงใจผู้บริโภคก็ยากที่จะขายของได้

 

หลักการตลาดที่เคยเรียนมาในอดีตอาจต้องพับเก็บคืนอาจารย์ เมื่อวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปตามความไวของเทคโนโลยี สะท้อนให้เห็นยามสั่งของออนไลน์ที่ผู้ซื้อมักต้องการสินค้าทันที และนับวันแนวโน้มดังกล่าวยิ่งรุนแรงมากขึ้น ต่อไปนี้คือการทำตลาดที่ต้องเตรียมไว้ถ้าจะขายของออนไลน์

 

1 Hyper-Personalization

หนึ่งในเทรนด์การตลาดที่ถูกจับตามองในระดับโลก มีผลสำรวจบอกว่าลูกค้าประมาณ 80% อยากได้สิทธิพิเศษที่รู้สึกเป็นส่วนตัวมีความเป็นพิเศษมากๆ ฉะนั้นแค่การจดจำชื่อลูกค้าได้แบบ Personalized Marketing อาจยังไม่เพียงพอ ต่อไปร้านค้าต้องมีข้อมูลที่ลึกลงไปที่มากกว่าแค่การเก็บชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แต่ต้องลงลึกให้มากกว่านั้นเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ข้อมูลให้โดนใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

 

 

2 Virtual reality โลกเสมือนมาเยือน

การขายของผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ นั้นคุณมีเวลาเพียงแค่ 3 วินาที ที่จะดึงลูกค้า ด้วยภาพและเสียง ซึ่งต่อไปอาจต้องเพิ่มความสนใจให้มากยิ่งขึ้น อาทิ การใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ที่แบรนด์เครื่องสำอางให้ลูกค้าทดลองเครื่องสำอางบนใบหน้าได้เสมือนจริงโดยไม่ต้องลองกับใบหน้า

 

3 เทคโนโลยี AI

เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ นี้ก้าวเข้ามาเป็นเทคโนโลยีหลักในช่วยผ่อนผันงานบางอย่างให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ เช่น การใช้ Chatbot เข้ามาช่วยในการสื่อสารกับลูกค้า หรือการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมผู้ซื้อ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ หาสินค้ามาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย สร้างวิธีการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

4 ต้นทุนแพงขึ้น

การขายของออนไลน์ที่เคยมีต้นทุนต่ำจนทำให้เกิดพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ขึ้นมามากมาย ปัจจุบันกลายเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด เพราะแม้แต่แบรนด์ใหญ่ๆ หันมาสนใจทำการตลาดผ่านออนไลน์กันมากขึ้น การตลาดที่เคยต้นทุนต่ำก็จะมีค่าโฆษณาที่แพงขึ้น

 

5 Micro Moment

เพราะเทคโนโลยีที่มารองรับความต้องการมนุษย์ให้สะดวกสบาย กลายเป็นความต้องการพื้นฐานที่ทำให้คนสมัยนี้ต้องการได้ของที่รวดเร็วขึ้น แบบปัจจุบันทันด่วน ทางหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ต้องเตรียมรับมือคือ การส่งสินค้าแบบด่วน EMS ของไปรษณีย์ไทยที่สามารถส่งผู้รับที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้รับภายในวันเดียวหากส่งก่อน 11.00 น. และยังสามารถส่งของมีน้ำหนัก 20 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังคิดบริการตามน้ำหนักจริงหรือเหมาจ่าย เริ่มต้นที่ 30 บาท ตรวจสอบสถานะสิ่งของได้ตลอด 24 ชม ผ่าน track& trace ชดใช้สูงสุด 2 พันบาท ซื้อความคุ้มครองได้สูงสุด 5 หมื่นบาท และมีบริการรับของถึงที่ โดยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถทำการโทรนัดไปรษณีย์ที่สะดวกเพื่อทำการนัดหมายวันเวลา และสามารถใช้บริการเก็บเงินปลายทางได้

 

Recent

ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น

ไม่เพียงแค่การจัดส่ง ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น บริษัทลูกของไปรษณีย์ไทย ยังให้บริการด้านคลังสินค้าขนาดใหญ่คลังสินค้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจ และร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย

“อีโคโพสต์” ขนส่ง Gen ใหม่จากไปรษณีย์ไทย ประหยัด คุ้มกว่าเก่า ได้ใจแม่ค้าออนไลน์

“ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าเอาใจลูกค้า ให้บริการขนส่งสายพันธุ์ใหม่ “อีโคโพสต์” (eCoPost) ชูจุดเด่น 3 ประการ เพิ่มน้ำหนักของที่ส่งได้มากถึง 10 กิโลกรัม พร้อมเติมความคุ้มครองสูงถึง 1,500 บาทต่อชิ้น ในราคาประหยัด”

อร่อยทั่วไทยไร้สารพิษ คนซื้อสะดวกคนขายสบาย ภายใต้แพลตฟอร์ม Thailandpostmart ส่งตรงถึงบ้าน

ข้อจำกัดเรื่องระยะทางอาจไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้การหาของดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องลำบากอีกต่อไป เมื่อไปรษณีย์ไทยได้รวบรวมของอร่อยทั่วสารทิศจากชุมชนมาไว้บนโลกออนไลน์ เลือกซื้อได้ทันที มีบริการส่งตรงถึงมือผู้รับแบบทันใจ

Podcast

อ. ลลิตา สันติวรรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing

Podcast PostConnex EP:10 เจาะลึกทริคซื้อโฆษณา Google สำหรับคนงบน้อยเพื่อสร้างรายได้ก้อนโต

คุณปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี เจ้าของแบรนด์ Balance Thailand

Podcast PostConnex EP: 8 แบรนด์ Balance Thailand ใช้ Line@ ยังไงให้ธุรกิจมีรายได้ 8 หลักตั้งแต่เดือนแรก

คุณมนต์ขวัญ - กล่าวขวัญ รัตนติกุล และชนิกานต์ ทรงธีระปัญญา จากแบรนด์ Tres

Podcast PostConnex EP2: เทคนิคใช้ IG STORIES ขายของยังไงให้ลูกค้าติดจาก TRES