Start a Biz,

อรุณเรื่อไหมไทย ส่งสินค้าโอท็อป สู่เส้นทางออนไลน์

ภาพจำของสินค้าโอท็อปคือสินค้าบ้านๆ ทางรอดของผู้ประกอบการสินค้าโอท็อป จึงต้องลุกขึ้นมาแปลงโฉมตัวเองใหม่เชื่อมโยงกับยุคสมัย ดังเช่น อรุณเรื่อไหมไทย ที่ก้าวขาจากร้านในชุมชนขึ้นมาอยู่บนออนไลน์ ที่ไม่เพียงสร้างความอยู่รอดให้กับธุรกิจ แต่ยังหวังให้เป็นช่องทางสืบสานสินค้าที่เป็นภูมิปัญญาไทยสู่คนรุ่นใหม่อีกด้วย

 

เมื่อพูดถึงสินค้าโอท็อป คนส่วนใหญ่จะมองภาพสินค้าบ้านๆ เชยๆ ที่เน้นขายตามชุมชนต่างๆ ซึ่งแม้มีเรื่องราวสร้างความน่าสนใจ แต่ก็เป็นภาพที่ขาดสีสันการออกแบบกระตุ้นต่อมอยากซื้อของผู้บริโภค นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ยอดขายตกต่ำลง ทั้งๆ ที่คุณภาพสินค้าไม่ได้แตกต่างจากสินค้าแบรนด์ ด้วยเหตุนี้ทางรอดของผู้ประกอบการสินค้าโอท็อป จึงต้องลุกขึ้นมาแปลงโฉมตัวเองใหม่ เริ่มง่ายๆ จากสิ่งที่ทำได้ โดยคำนึงถึงการเชื่อมโยงกับยุคสมัย เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ ดังเช่น อรุณเรื่อไหมไทย ร้านขายปลีก-ส่งผ้าไหมทอ ที่ก้าวขาจากร้านในชุมชนขึ้นมาอยู่บนออนไลน์ ที่ไม่เพียงสร้างความอยู่รอดให้กับธุรกิจ แต่ยังหวังให้เป็นช่องทางสืบสานสินค้าที่เป็นภูมิปัญญาไทยสู่คนรุ่นใหม่อีกด้วย

 

สังวรณ์ อรุณเรื่อ ผู้เป็นเจ้าของร้านอรุณเรื่อไหมไทย เล่าว่า ครอบครัวทอผ้าไหมขายมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีรายได้พอเลี้ยงสมาชิกให้อยู่รอด ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เมื่อถึงรุ่นลูกหลานหลังเรียนจบต่างคนก็ต่างเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ เช่นเดียวกับตัวเองที่ทำงานประจำเป็นพนักงานแบงค์พาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมีความคิดที่จะสืบทอดกิจการของครอบครัว กระทั่งแบงค์ที่เขาทำงานอยู่ ประสบปัญหาอย่างหนักในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปีพ.ศ. 2540 และเขาต้องถูกให้เข้าโครงการเกษียณก่อนกำหนด นั่นเองจึงทำให้หวนคิดที่จะกลับมาฟื้นฟูกิจการของครอบครัว

“ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี กลับมาบ้านก็เลยมีเวลาย้อนคิดถึงผ้าไหมไทยที่บ้านเราทำอยู่ เดี๋ยวนี้มีแต่คนอายุ 50-60 ปี นั่งทอกัน คนอายุน้อยๆ ทอกันไม่เป็นแล้ว เราก็เลยรู้สึกอยากอนุรักษ์ของดีของบรรพบุรุษตรงนี้เอาไว้ ก็เลยมาเปิดร้านขาย เลือกทำเลติดถนนใหญ่เลย พยายามออกแบบลายใหม่ๆ นอกจากผ้าผืนแล้ว ก็มีเอาไปจ้างช่างออกแบบ และตัดเป็นเสื้อผ้าสำเร็จออกมาด้วย มีทั้งเสื้อผ้าผู้ชาย เสื้อผ้าผู้หญิง พยายามออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้ให้ได้มากที่สุด เพราะคิดว่าจะทำให้เราขายผ้าไหมได้มากขึ้น”

 

ด้วยความที่อยากหาแหล่งระบายสินค้าผ้าไหมทอ สังวรณ์จึงนำเอาผ้าผืนมาตัดชุดสำเร็จ จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีทั้งเสื้อผ้าชายหญิง แต่เมื่อขายๆ ไป ก็ได้เรียนรู้ว่าการขายเสื้อผ้าคนกลุ่มนี้ต้องตามแฟชั่น ซึ่งแม้จะต้องการตามตลาดให้ทันอย่างไร แต่ก็ต้องพยายามให้อยู่ในขอบเขตที่ตัวเองสามารถทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียนรู้ไปทำไปแทบทั้งสิ้น

“ตั้งแต่เปิดร้านใหม่ๆ ทำมาแล้วทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชุดกระโปรง หรือชุดอะไร หนสุดท้ายก็ต้องหยุด แล้วเอาไปแจกคนงานทอผ้าหมด เพราะขายได้แต่เสื้อผ้าผู้ชาย ขณะที่เสื้อผ้าผู้หญิงต้องมีความทันสมัยจริงๆ เคยทำแล้วขายยาก ลงทุนเยอะ แต่ละคนไซส์ไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าผู้ชายที่มีแค่ไม่กี่ไซส์ S /M /L เสื้อผ้าผู้หญิงนอกจากไซส์เยอะแล้ว ยังต้องมีแบบเยอะด้วย เพราะถ้าไม่ชอบก็ไม่ซื้อ ทำให้ออกตัวยาก ยิ่งถ้าจับตลาดวัยรุ่นนี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต้องให้ช่างเก่งๆ ตัดให้ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนเยอะ เพราะไหนจะค่าออกแบบ ไหนจะค่าตัด ซึ่งแพงมาก ขณะที่เราขายได้ตัวหนึ่งพันกว่าบาท

“จริงๆ ค่าผ้าไม่แพงหรอก หลาหนึ่ง 400-500 บาท แล้วแต่เกรด ผ้าไหมในตลาดมีหลายเกรด ถ้าเป็นผ้าเกรดทั่วไปหลาหนึ่งจะแค่ 200-300 บาทเอง แต่พอเอาไปตัดเป็นเสื้อชุดแล้วราคาก็ตกเป็นหลักพัน เพราะเราก็ต้องมีช่างตัด ช่างออกแบบ เดี๋ยวนี้เราก็เลยเน้นขายแต่เสื้อผ้าผู้ชาย เป็นพวกสูทคอจีน คอเชิร์ต แขนสั้นแขนยาว แบบที่ข้าราชการใส่กัน ราคาขายอยู่ที่ 2,000-2,500 บาท ขายเท่านี้คนบ่นว่าแพง ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาทำง่ายทำยาก กว่าจะมาเป็นขั้นตอนผ้าไหมแต่ละชิ้น และเพราะมันทำยาก ทำให้เด็กวัยรุ่นไม่ทำกันแล้ว มีแต่คนแก่ๆ ทำ ทั้งๆ ที่ผ้าไหมใส่แล้วไม่ร้อน เบาใส่สบาย ต่างชาตินิยมกันมาก ซึ่งหลายประเทศก็ทำกันนะ แต่เนื้อผ้าไม่ดีเท่าเรา”

 

ปัจจุบัน ร้านอรุณเรื่อไหมไทย เน้นขายเสื้อผ้าสูท และแอสเซสเซอรี่ผู้ชาย อย่างเน็คไท เป็นต้น และขายส่งผ้าไหมที่เป็นผ้าผืน ให้ร้านทั่วไปที่สนใจนำไปขายต่อ ซึ่งจะมีสินค้าครบทุกชนิด ทั้ง ผ้าไหม 2 เส้น ผ้าไหม 4 เส้น มีผ้าพิมพ์ดอก ผ้าไหมแก้ว ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าลายสก๊อต ฯลฯ ขณะเดียวกันก็มีให้บริการรับส่งตัดเสื้อผ้าทั้งบุรุษ-สตรีเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งนอกจากความพยายามในการปรับสินค้า และบริการให้มีความหลากหลาย โดยนำมาพัฒนาเป็นโปรดักส์ใหม่ๆ และมีดีไซน์มากขึ้น เพื่อจูงใจผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้นแล้ว สังวรณ์ยังริเริ่มนำสินค้าขึ้นวางขายบนออนไลน์ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางขายใหม่ๆ ให้กับร้านอรุณเรื่อด้วย

“เราอยู่ได้เพราะยอดขายส่งเป็นหลัก ไม่งั้นอยู่ไม่ได้หรอก เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนสูงมาก ที่ร้านติดถนนใหญ่ ฝุ่นเยอะ ก็ต้องเปิดแอร์ทั้งวัน ค่าไฟเดือนหนึ่ง 3-4 พัน ไหนจะลูกน้อง ไหนจะค่าช่าง ตอนนี้ตลาดที่ขายก็เป็นตลาดในกรุงเทพทั่วไป เน้นขายส่งผ้าผืน มีคนมารับซื้อไปตัดเป็นชุดสำเร็จแล้วเอาไปขายต่อตามงานโอท็อปบ้าง ตามร้านที่ดิโอสยามบ้าง จตุจักรบ้าง เราเน้นขายผ้าเกรดเอ แต่ราคาไม่สูงมาก เพราะมองความอยู่รอดระยะยาว ไม่ได้เน้นขายให้ได้กำไรเฉพาะหน้าแค่นั้น รายได้ก็เลยแค่พออยู่ได้ เราก็ต้องพยายามมองหาช่องทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ลูกๆ ก็เลยแนะนำให้ลองมาขายทางออนไลน์ดูเผื่อมีช่องทางใหม่ๆ มากขึ้น

“ก็เลยให้ลูกมาช่วยทำ เพราะเราทำไม่เป็นหรอก แล้วก็ไม่ค่อยมีเวลาด้วย ช่องทางออนไลน์เพิ่งเริ่มเมื่อปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไรนัก คือนอกจากเปิดเว็บไซต์ของตัวเอง ขายผ่านทางเพจเฟสบุ๊คแล้ว ก็มีไปฝากขายตามร้านค้าปลีกออนไลน์ ซึ่งรูปแบบการขายก็จะต่างกันไปตามข้อตกลง นอกจากนี้เรายังขายผ่าน Thailandpostmart.com”

สังวรณ์บอกว่า แม้การขายออนไลน์ เป็นสิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น และยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านอรุณเรื่อ ซึ่งเขาเชื่อว่าการเริ่มต้นในวันนี้ จะทำให้อรุณเรื่อ และกิจการผ้าไหมไทย มีเส้นทางต่อยอดในการสืบสานไปถึงรุ่นต่อๆ ไปในอีกหลายเจเนอเรชั่น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาคาดหวังสูงสุด มากกว่าแค่เพียงยอดขายเพื่อให้อยู่รอดไปวันๆ และนี่เองที่จะเป็นทางรอดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย

Recent

การเดินทางของปลากัดผ่านไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์ตลาดสัตว์น้ำออนไลน์ที่ขยา...

หลังผ่านมติครม. ให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ส่งผลให้ธุรกิจปลากัดบูม ไปรษณีย์ไทยอาสาเป็นสะพานเชื่อมต่อธุรกิจเพิ่มความสะดวกขยายจุดบริการส่งปลากัดรวม 202 แห่งทั่วทุกภาค ย้ำส่งง่ายถึงไวได้มาตรฐาน คุ้มครองสูงสุด 2,000 บาท

“คูเรียร์โพสต์”เพิ่มจุดบริการ 318 แห่งทั่วไทย ต่ออายุโปรโมชั่นยันสิ้นปีรับเทศกาลส่งความสุข

ไปรษณีย์ไทยลุยต่อ “คูเรียร์โพสต์” พร้อมขยายเวลาโปรพิเศษ 200 บาท ทุกชิ้นประเภทกล่อง ถึง 31 ธ.ค. ศกนี้

“อีโคโพสต์” ขนส่ง Gen ใหม่จากไปรษณีย์ไทย ประหยัด คุ้มกว่าเก่า ได้ใจแม่ค้าออนไลน์

“ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าเอาใจลูกค้า ให้บริการขนส่งสายพันธุ์ใหม่ “อีโคโพสต์” (eCoPost) ชูจุดเด่น 3 ประการ เพิ่มน้ำหนักของที่ส่งได้มากถึง 10 กิโลกรัม พร้อมเติมความคุ้มครองสูงถึง 1,500 บาทต่อชิ้น ในราคาประหยัด”

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี