Start a Biz,

CAPCAR นวัตกรรมผ้าใบปิดรถกระบะ ใช้คลิปแจ้งเกิดระเบิดยอดขายในโลกออนไลน์

ต่อให้สินค้าราคาถูกและดีมีนวัตกรรมใหม่ แต่สื่อไปไม่ถึงคนซื้อก็เปล่าประโยชน์ ในทางกลับกันถ้าดันสินค้าที่ดีให้ถูกช่องทาง กลายเป็นสินค้าทำเงินที่สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้เลยทีเดียว

 

เมื่อพูดถึงนวัตกรรม คนมักนึกถึงเทคโนโลยี จนกลายเป็นความคิดที่ปิดกั้นโอกาสในการสร้างสินค้าดีๆ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ ทั้งที่ความจริงแล้ว นวัตกรรม คือการคิดค้นสิ่งใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเทคโนโลยีเสมอไป บางทีเพียงแค่เราเห็นปัญหา และเกิดไอเดียดีๆ ในการคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ปัญหานั้นได้ นั่นก็คือนวัตกรรมแล้ว และไม่แน่ว่าสินค้านวัตกรรมที่เกิดจากไอเดียของเรา อาจกลายเป็นสินค้าทำเงินที่สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้เลยทีเดียว

เช่นเดียวกับ Capcar แบรนด์ผ้าใบปิดท้ายรถกระบะ ซึ่งเกิดมาจากไอเดียของ สุภารัตน์ ใช่วิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะแคปคาร์ จำกัด ที่มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของรถกระบะจนรู้ถึงปัญหาของผู้ใช้รถกระบะที่ต้องทนกับการใช้ตาข่ายคลุมของมาเป็นเวลานานนับสิบๆ ปี

“คือเนื่องจากรถกระบะที่ใช้ขนของต้องมีตาข่ายคลุม ไม่อย่างนั้นจะโดนตำรวจจับ ซึ่งคลุมทีใช้เวลานานมาก บางคนก็เลือกที่จะไปติดผ้าใบ ซึ่งต้องเจาะ หรือไม่ก็ทากาวติดตีนตุ๊กแก ทำให้รถเป็นรอย คนรักรถก็จะไม่อยากติด ก็เลือกที่จะเอาของยัดใส่ในรถแทน เอาจริงๆ ตัวเองก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก เพราะไม่ได้ขับรถกระบะ แต่เพื่อนรุ่นพี่ขับ เห็นเขาเอาของยัดใส่รถ ก็งงว่าท้ายรถกระบะเอาไว้ใช้ขนของไม่ใช่เหรอ พอรู้ปัญหาพวกนี้จากเขา ก็เลยเกิดไอเดียชวนเขามาทำผ้าใบปิดท้ายรถกระบะแบบไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องทากาวขาย โดยของเราจะเป็นคลิปล็อคสอดเข้าไปในช่องระหว่างตัวรถกับพื้นรองกระบะ เพื่อใช้ยึดเกี่ยวเอาไว้ และออกแบบให้มีคานเพื่อป้องกันเวลาฝนตกแล้วน้ำหนักเป็นแอ่งตกท้องช้าง ซึ่งลูกค้าสามารถติดตั้งเองได้ และสามารถถอดเก็บเวลาไม่ใช้งานได้ ทำให้ตอบโจทย์คนรักรถกระบะ ที่เวลาอยากจะใช้งานถึงจะติดตั้งกันที”

 

สุภารัตน์เลือกที่ทำการตลาดผ่านออนไลน์ เนื่องจากเธอยังไม่มีเงินทุนมาก ซึ่งในช่วงเวลานั้นการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จึงทำให้ช่วงแรกของการทำตลาด แม้ราคาผ้าใบของเธอจะถูกกว่า และดีกว่าผ้าใบปิดท้ายรถกระบะแบบเดิมเพียงใด ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เท่าที่ควร แต่ความเป็นคนช่างสังเกต และไม่หยุดนิ่งในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด ท้ายที่สุด Capcar จึงเป็นที่ยอมรับในตลาดได้

“เนื่องจากจุดเริ่มต้นของเรา เราไม่ได้มีทุนมาก และไม่แน่ใจว่าสินค้าตัวนี้ ตอบโจทย์เราแต่จะตอบโจทย์คนอื่นด้วยหรือเปล่า ก็เลยขายทางออนไลน์ก่อน แรกๆ คนก็ยังไม่เข้าใจว่าไม่เจาะรถ ไม่ทากาวแล้วจะติดตั้งยังไง เราก็ถ่ายรูปให้ดูว่าติดตั้งแบบนี้ คนก็ยังไม่เข้าใจอีก ก็เลยทำคลิป โดยเอามือถือนี่แหละถ่าย คราวนี้กระแสมาแบบช็อคมาก เพราะโทรศัพท์สั่นตลอดเวลาเลย นั่งตอบคำถามทั้งวัน ราคาเท่าไรครับ ส่งที่ไหนได้บ้าง ต้องเอาไปติดได้ที่ไหน จนมีคนมาขอเป็นตัวแทน พอดีสมัยก่อนยังไม่มีการเก็บเงินปลายทาง คนยังกลัวการซื้อของออนไลน์ จ่ายเงินไปแล้วกลัวไม่ได้ของ เราก็คิดว่าจะทำยังไงเพื่อให้คนกล้าตัดสินใจซื้อ ครั้นเราจะส่งไปก่อน ก็กลัวลูกค้าไม่จ่ายเงินเหมือนกัน ก็เลยตัดสินใช้ขายผ่านระบบตัวแทน”

 

 

ตัวแทนต้องมา สต็อกต้องมี

สุภารัตน์บอกว่าหลังตัดสินใจใช้ระบบตัวแทนในการขยายตลาด ปรากฏว่ายอดขายเพิ่มขึ้นแบบถล่มทลาย ซึ่งไม่เพียงแต่ตลาดในประเทศเท่านั้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ก็มีคนสนใจติดต่อเข้ามาเพื่อขอเป็นตัวแทน

“เขาเห็นเราผ่านคลิปวิดีโอที่เราทำลงในยูทูบ และติดต่อเข้ามา ก็เลยทำให้เราขยายตลาดไปต่างประเทศได้ โดยที่แทบไม่ต้องไปเปิดตลาดด้วยตัวเองเลย เราประสบความสำเร็จทางออนไลน์ค่อนข้างมาก จนไม่ได้มองออฟไลน์ไว้เลย เพราะไม่มีเงินทุนที่ไปจะสต็อกสินค้าแต่ละที่ด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาในการวางบิลนานมาก แล้วสินค้าของเราต้องทำมาหลายรุ่น เพราะรถกระบะแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน ซึ่งยังต้องไล่ปีอีกด้วย อย่างอีซูซุ ปี 02-06 ใช้อีกแบบหนึ่ง ปี 07-11 ใช้อีกรุ่นหนึ่ง ปี 12 ขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง ปีปัจจุบันก็อีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งต้องสต็อกสินค้าแต่ละรุ่นไว้ด้วย แรกๆ เรายังไม่รู้ก็ต้องค่อยๆ ศึกษาไป แต่หลังๆ เริ่มคาดการณ์ตลาดได้แล้ว เนื่องจากเราขายมานานแล้ว ก็คือสต็อกทุกรุ่นให้มีพร้อมส่งนั่นแหละ เพราะว่าลูกค้าสั่งของแล้วอยากได้ทันที จะให้มารอตัดคงไม่ทันกินแน่นอน”

 

 

สุภารัตน์บอกว่าการทำธุรกิจออนไลน์ สิ่งสำคัญคือต้องไม่หยุดนิ่ง ทั้งด้านการพัฒนาตัวสินค้า และการตลาด เพราะธุรกิจเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน ยิ่งออนไลน์แล้วยิ่งไม่มีอะไรหยุดอยู่กับที่นานเลย อย่าง Capcar เอง หลังเปิดตลาดมาได้ไม่นาน ก็เริ่มมีตัวเล่นใหม่ๆ เข้ามาในตลาด พร้อมกับเลียนแบบทุกอย่างออกมาเหมือนหมด แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่า

“ขายไม่ถึงปีก็เริ่มมีคู่แข่งแล้ว แรกๆ เราก็รู้สึกเครียดนะ แต่ก็พยายามอัปเดตสินค้าของเราให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตลอด เริ่มจากการเพิ่มคานขึ้นมา เพราะของเก่ายังมีปัญหาตกท้องช้างอยู่บ้าง ตัวคลิปล็อคสังเกตเห็นว่าลูกค้าทำหล่นหาย แล้วมาขอซื้อเพิ่มบ่อยๆ เราก็ปรับวัสดุที่ใช้ ของเดิมเป็นพลาสติกแข็ง ทำเป็นตัวโค้งธรรมดาที่เวลาไม่ปิดผ้าใบ ขับๆ ไปมันจะหลุดได้ง่าย ก็เปลี่ยนมาเป็นซิลิโคน และทำเป็นดับเบิ้ลล็อค ซึ่งนอกจากจะเกาะยึดเหนี่ยวได้ดีแล้ว ยังช่วยลดการเสียดสีระหว่างตัวรถกับที่รองกระบะ ทำให้สีไม่เป็นรอยด้วย

“จุดขายอีกอย่างหนึ่งของเรา คือการรับประกันหลังการขาย ซึ่งจริงๆ เรารับประกันตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็นการรับประกันปากเปล่า ยังไม่มีใบรับประกันขึ้นมา จนลูกค้าถามหา เราก็เลยทำขึ้นมา เราค่อยๆ พัฒนาโดยดูว่าลูกค้าว่ายังไง อยากได้อะไร โดยที่ไม่เพิ่มราคาขึ้นเลย ตั้งแต่วันแรกขายยังไง วันนี้ก็ยังขายราคาเดิมอยู่ แม้จะทำให้ต้นทุนเราเพิ่ม แต่กำไรลดลง เราเน้นขายของดี แล้วใช้กลยุทธ์ปากต่อปากในการทำตลาด เพราะเชื่อว่าผู้บริโภควันนี้ไม่ได้ดูแต่แค่ราคาเท่านั้น ยิ่งเป็นออนไลน์ด้วยแล้ว เขาต้องการความเชื่อมั่นจากผู้ขายมากกว่า”

สุภารัตน์บอกว่า ยุคนี้ช่องทางขายที่เหมาะกับผู้ประกอบการต้นทุนต่ำ คืออีมาร์เก็ตเพลส ซึ่งมีสินค้าจำนวนมาก และหลากหลาย ผู้ประกอบการหลายรายเลือกที่จะตัดราคากันเอง โดยหลงลืมไปว่าท้ายที่สุดแล้วจะไปถึงจุดที่ไม่คุ้มทุนที่จะลดราคาลงไปได้อีก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ลูกค้าที่มาซื้อของบนมาร์เก็ตเพสมักจะศึกษาและเปรียบเทียบ ซึ่งก็ไม่ได้เปรียบเทียบเฉพาะราคา แต่จะดูเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น จุดขายที่แตกต่าง คุณภาพของสินค้า การรับประกัน รวมถึงการขนส่งต้องเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และต้องไม่แตกหักเสียหายระหว่างทาง เพราะจะทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกเมื่อต้องใช้เวลาคอยสินค้านาน แต่สุดท้ายพอเปิดสินค้ามาได้รับความเสียหาย และต้องเสียเวลาเปลี่ยนใหม่ สิ่งเหล่านี้เป็นกลยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ ที่จะมัดใจลูกค้าให้ยังคงภักดีต่อแบรนด์ได้ โดยที่ไม่ต้องลดราคาสินค้าเลย

Recent

อีคอมเมิร์ซยิ้มส่งนอกประหยัดได้มากขึ้น ePacket ขยายเพิ่ม 5 ประเทศปลายทาง

ไปรษณีย์ไทยดันต่อบริการน้องใหม่ ePacket ส่งพัสดุไปต่างประเทศราคาประหยัด เปิดเพิ่ม 5 ประเทศฮอตฮิต

ไปรษณีย์รับเทรนด์ E Commerce บูม! ศูนย์ EMS แจ้งวัฒนะให้บริการ 24 ชั่วโมง

ไปรษณีย์ไทยเข้าใจความต้องการของผู้ประกอบการยุคใหม่จึงเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้วยการเปิดเคาน์เตอร์ให้บริการประชาชน 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ณ ศูนย์ไปรษณีย์อีเอ็มเอส ถนนแจ้งวัฒนะ เพิ่มเติมจากจุดเดิมที่ให้บริการอยู่แล้วที่สนามบินสุวรรณภูมิชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก

รู้ก่อนรวยก่อน! กลยุทธ์เพิ่มยอดขายสินค้าออนไลน์ช่วงปลายปี

ช่วงปลายปีถือเป็นเทศกาลแห่งการละลายทรัพย์ เพราะผู้บริโภคมีความต้องการซื้อที่สูงมาก ทั้งซื้อของขวัญ ของจับสลาก ผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์จึงไม่ควรพลาดโอกาสทำการตลาดในช่วงปลายปีเป็นอันขาด

Podcast

admin

Podcast PostConnex EP3 สูตรเปลี่ยนแบรนด์เนมมือสองให้เป็นเงินล้านกับ SF BRAND NAME

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี

admin

Podcast PostConnex EP2: เทคนิคใช้ IG STORIES ขายของยังไงให้ลูกค้าติดจาก TRES